ขับเคลื่อนโดย Blogger.

นักวิชาการสาธารณฝึกสุขเล่าเรื่อง

เมื่อเกิดอาการอยากเล่า ทำให้เกิดการถ่ายทอดประสบการณ์ และการถ่ายทอดประสบการณ์ที่นิยมที่สุดเห็นจะเป็นงานเขียน แม้ผมเป็นนักวิชาการสาธารณสุข ไม่ใช่นักเขียนแต่ผมก็มิวายที่จะเขียนเล่าเรื่องที่ผมประสบพบพานเพื่อให้ผมในอีก 5 ปี ได้เก็บมาอ่าน

ผมไม่มีปัญหาเรื่องการอยากเล่าเรื่องเท่าไหร่ครับ แต่ผมติดที่จะเล่าอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรมากกว่าครับ เล่าอย่างไร เขียนอย่างไร ให้ผู้ที่เขาฟัง เขาอ่านเกิดความประทับใจ

วันนี้วันว่างๆผมจึงได้ค้นหาข้อมูลได้ข้อมูลเกียวกับฝึกเล่าเรื่อง และมีตัวอย่างให้ชมกันครับ เชิญรับชมตัวความสำราญได้เลยครับ

" สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง  ฉันยังจำวันนั้นได้ดี  แม้จะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม   วันที่ฉันรู้สึกว่าในโลกแห่งความฝันและวันที่เป็นจริง  เรื่องราวทุกสิ่งต่างกันมากมาย
  ความทรงจำนับจากวันนั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในหัวใจของฉันเสมอมาและตลอด ไป                วันนั้นฉันต้องตื่นแต่เช้าเพื่อจะรีบเดินทางจากบ้านมาที่มหาวิทยาลัยเพียง เพื่อจะถูกต้อนให้เข้าแถว   จับมัดผมจุกแต่งหน้าให้เลอะเทอะ  เอาป้ายข้อความตลก ๆ  แขวนคอลอดซุ้มเตี้ย ๆ
ที่ต้องใช้การคลานเป็นหลัก  “ฉันคิดผิดหรือเปล่า”  ที่มางานรับน้องใหม่ครั้งนี้  เด็กเรียนอย่างฉัน  ไม่เคยเห็นด้วยเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการว้ากน้อง  ซึ่งฉันเห็นว่ามันช่างไม่มี  ประโยชน์อะไรเอาเสียเลยนอกจากเพิ่มความเบื่อหน่ายและอาจถึงขั้นโกรธแค้น ระหว่าง   รุ่นพี่รุ่นน้องได้อีกด้วยฉันผ่านจุดรับน้องแต่ละจุดอย่างซังกะตายทำ ทุกอย่างที่เขาให้  ทำด้วยใจไร้สาระ กว่าทุกซุ้มจะจัดการรับน้องช่อวงกลางวันเสร็จ  พระอาทิตย์ก็เริ่มหลุบแสงลง  พวกเรามีเวลาเพียงแค่ชั่วโมงเศษเพื่อจัดการรับร่องรอยต่าง ๆ ที่ผ่านมาตลอดวัน   เวลาทุ่มตรงพวกเราไปพร้อมกันที่สนามที่นั่นมีบุฟเฟ่ต์เล็ก ๆ ยังไม่มีอะไรดีขึ้นในเรื่อง
ความรู้ของฉันที่มีต่อรุ่นพี่               
ไปประมาณสี่ทุ่มเราต่างก็แยกย้ายกันเข้านอนด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อล้าที่ สะสมมาตลอดทั้งวัน                มาตกใจตื่นอีกทีเมื่อรู้สึกว่ามีผ้ามาผูกตา  มีเสียงอ่อนโยนกระซิบว่า“พี่มารับไปผูกข้อมือรับขวัญ  ไม่ต้องตกใจนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่พาไปเอง”  ทุกคนถูกรุ่นพี่จูงมือพาไปที่ไหนสักแห่ง โดยที่ยังมีผ้าปิดตาอยู่อย่างนั้น เมื่อถึงที่รับขวัญรุ่นพี่บอกให้พวกเรา นั่งลงจับมือกันเป็นวงกลม
                ฉันได้ยินเสียงเพลงดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วบริเวณนั้น  พร้อม  ๆ กันกับที่มีมือน้อย ๆ ค่อย ๆ  บรรจงแก้ผ้าปิดตาออกฉันหันไปมองรอบ ๆ ตัว  มีรุ่นพี่รายล้อมพร้อมแสงเทียนพร่างพรางสว่างไสว  พวกเรารุ่นน้องวงด้านในถูกทยอยเปิดตากออกทีละคนจนครบวง
                ถ้าเธอเหนื่อยนัก
                หยุดพักเสียก่อน
                ล้มตัวลงนอนแนบตักฉันนี่
                จะหนาว  จะร้อน  จะคอยพัดวี
                หลับฝันถึงสิ่งดี
                หลีกหนีสิ่งเลว

                มาถึงตอนนี้หลายต่อกลายคนเริ่มน้ำตาคลอเมื่อฟังเพลงที่กลั่นออกมาใจรุ่นพี่ มันคือเพลงจากปากเปล่าล้วน  ๆ  ที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยเสียงดนตรีชิ้นใดเลย  แต่มันช่างไพเราะเหลือเกินในความรู้สึกของฉัน  น้ำใส ๆ เริ่มรินไหลผ่านร่องแก้มของอีกหลายคน  แต่ไม่มีใครสนใจแตะซับมันออกไป
               รุ่นพี่ให้พวกเราหันหน้าออกไปหารุ่นพี่คนที่นั่งตรงกัน และแจ้งว่านี่แหละ พี่เสี่ยงของเรา การเสี่ยง  น้องจะกระทำให้กันในวันวิสาขบูชาใครอยากจะได้น้องลักษณะใดก็อธิษฐานกันและ จับสลากเลขที่ของน้องไว้
       รุ่นพี่กล่าวขอโทษที่เรื่องราวช่วงกลางวันที่ผ่านมา  มีเหตุผลว่า  ในชีวิตจริง ๆ
   ก่อนที่จะได้กลับไปนอนอีกที  ฉันได้ยินเสียงอ่อนโยนของเลี้ยง  “ฝันดีนะคะ” คืนนั้นฉันฝันดีตลอดคืน ที่รุ่นพี่ต้องการจะสอนพวกเราและไม่เคยนึกเสียดายเวลาอีกเลย  เพราะการรับน้องมันได้ให้อะไร ๆ เรามากมายจริง  ๆ  สวัสดีค่ะ
(ปรับจาก  เมตต์. “วันรับน้องใหม่” แพรวสุดสัปดาห์  ปีที่  ๑๔ . หน้า  ๑๒๒  .  อ้างถึงใน
หนังสือภากับการสื่อสาร  ภาควิชาภาไทย   คณะอักษรศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร  ๒๕๔๐:  ๑๓๖-๑๓๗ .)
"

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Popular Posts

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

 
Copyright © 2011 toncub | High CTR Blogspot Themes designed by Ali Munandar | Powered by Blogger.Com.
My Zimbio