ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไข้เลือดออก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไข้เลือดออก แสดงบทความทั้งหมด

about dengue fever

             
   สถานการณ์การเกิดโรค dengue feverของประเทศ ปี ๒๕๕๕ พบว่า ตั้งแต่ ๑ มกราคม-๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ พบผู้ป่วยโรค dengue feverสะสมทั่วประเทศ จำนวน๘,๙๓๔ ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว  ๙ ราย เมื่อแยกเป็นรายภาคพบว่าภาคกลางมีจำนวนผู้ป่วยมากรองลงมาคือภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ พื้นที่ที่พบอัตราป่วยสูง คือหลายจังหวัดในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน และบางจังหวัดในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนในภาพรวมของประเทศกับค่ามัธยฐาน ๕ ปีย้อนหลัง พบว่าอัตราป่วยเริ่มสูงในอัตราใกล้เคียงกัน แต่เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลระดับจังหวัดในพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีอัตราป่วยสูงดังกล่าว พบว่าในหลายพื้นที่มีอัตราป่วยในปีพ.ศ. ๒๕๕๕ สูงกว่าค่ามัธยฐาน ๕ ปีย้อนหลังมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ เดือน ในส่วนของข้อมูลผู้เสียชีวิตพบว่ามีแนวโน้มพบในกลุ่มผู้ใหญ่มากขึ้น (๗ รายจากผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๙ รายอายุมากกว่า ๑๕ ปี) โดยเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลปีพ.ศ. ๒๕๕๔ และค่ามัธยฐาน ๕ ปีย้อนหลัง ผู้เสียชีวิตในปีนี้มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าเดิม  
              จากที่พบการระบาดในหลายพื้นที่ตั้งแต่ช่วงที่ยังไม่เข้าฤดูฝนร่วมกับมีการพบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในวัยผู้ใหญ่ ทำให้มีแนวโน้มว่าการระบาดในปีนี้อาจจะรุนแรงรวมทั้งมีผู้เสียชีวิตมากกว่าปกติ
 
            
จากรายงานการตรวจหาซีโรทัยป์ไวรัสไข้เลือดออก ปี ๒๕๕๕ (๑ มกราคม-๒๗ เมษายน ๒๕๕๕)ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  พบว่า จากการตรวจตัวอย่างในภาคกลางทั้งหมดจำนวน ๑๐๕ ตัวอย่างให้ผลบวกต่อซีโรทัยป์ ๕๐ ตัวอย่าง จำแนกเป็น DEN-V1  ๒๖ %  DEN-V2  ๔๔ %  DEN-V3  ๒๘ %  และ DEN-V4  ๒ %
ในขณะนี้ฤดูฝนของประเทศไทยได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม(จากการประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา) พยากรณ์อากาศในรอบ ๓ เดือน(เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ๒๕๕๕) ของกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ในเดือนพฤษภาคม บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ มีฝนเพิ่มมากขึ้น เดือนมิถุนายน ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จากการคาดหมายฝนปี ๒๕๕๕ เปรียบเทียบกับค่าปกติ ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ในภาคกลางจะมีฝนสูงกว่าปกติเล็กน้อย
เนื่องจากช่วงนี้  เป็นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งกำลังจะย่างเข้าสู่ฤดูฝน  เป็นช่วงที่สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงมีทั้งร้อน มีทั้งฝนตกชื้นแฉะ  ในหลาย ๆ พื้นที่กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์อย่างดีของยุงลายพาหะของเชื้อโรคไข้เลือดออก  และจากการสำรวจค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย (House Index) ในพื้นที่สาธารณสุขเขต ๓ และ ๙ของศูนย์โรคติดต่อนำโดยแมลง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๓ จังหวัดชลบุรี ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ๒๕๕๕ พบดังนี้ จังหวัด ชลบุรี ๑๘.๓๔ %  ระยอง ๒๓.๐ % จันทบุรี ๑๓.๐ % ตราด ๑๗.๓๔ % ฉะเชิงเทรา ๒๑.๐ % ปราจีนบุรี ๒๑.๖๑%สระแก้ว ๒๗.๔๕ % สมุทรปราการ ๑๕.๐ % และนครนายก ๓๔.๐ % ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการระบาดได้ เกรงว่าจะทำให้ประชาชนเสี่ยงป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกได้ง่าย และอาจทำให้ผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงซึ่งได้แก่ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ       และผู้พิการ รวมถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ แรงงานข้ามชาติ หรือแรงงานเพื่อนบ้านที่เข้ามาท่องเที่ยว  หรือมาประกอบอาชีพในประเทศไทย ซึ่งมีโอกาสเจ็บป่วยและแพร่เชื้อโรคได้
 
ข้อเสนอแนะเพื่อการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
๑. หน่วยงานสาธารณสุขในทุกพื้นที่ควรเร่งดำเนินการควบคุมลูกน้ำยุงลาย และกำจัดยุงตัวแก่ในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะในโรงเรียนก่อนเปิดเทอม อย่างเข้มข้นในช่วงต้นฤดูฝนนี้
๒. เฝ้าระวังการเกิดโรคไข้เลือดออก  โดยการเร่งรัดให้มีการรายงานที่รวดเร็ว  ควรซักซ้อมเจ้าหน้าที่ระบาดวิทยาในโรงพยาบาลให้รายงานผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลภายใน ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้ทีม SRRT สามารถเข้าไปดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
๓. ดำเนินการสอบสวนผู้ป่วยโดยเฉพาะรายแรกของหมู่บ้านทุกราย  ในการสอบสวนให้ติดตามการเจาะเลือดส่งตรวจยืนยันและหาชนิดของเชื้อโรคไข้เลือดออก  เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค และประเมินความรุนแรงของการระบาดของโรคในพื้นที่  กล่าวคือ หากพบว่าเป็นเชื้อต่างชนิด(Type) กับปีที่ผ่านมาโรคมักจะมีแนวโน้มระบาดในขอบเขตที่กว้างกว่า เนื่องจากภูมิต้านทานต่อเชื้อไข้เลือดออกไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้เต็มที่  ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกทั้งจากเชื้อต่างชนิดหรือชนิดเดียวกันได้
๔. ควรควบคุมโรคในพื้นที่ที่พบผู้ป่วย โดยการกำจัดลุกน้ำยุงลายในชุมชน และพ่นสารเคมีฆ่ายุงพาหะ  การพ่นควรพ่นในวันแรกที่ได้รับรายงานผู้ป่วยในรัศมี ๑๐๐ เมตร  และพ่นหลังจากนั้นอีก ๗ วัน  เพื่อกำจัดยุงลายที่อาจหลงเหลืออยู่
๕. ทีม SRRT ควรเตรียมพร้อมรับการระบาดของโรค  โดยการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น ฝึกซ้อมเจ้าหน้าที่และเครือข่ายทั้งของรัฐ  ท้องถิ่น  และเอกชนให้มีความรู้และสามารถดำเนินการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๖. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน  ร่วมกันป้องกันการระบาดของโรค  ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุง  โดยการกำจัดขยะและสิ่งของเหลือใช้ที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย  ตัดและริดกิ่งไม้ในบริเวณบ้านไม่ให้รกรุงรัง

แนวทางควบคุมโรคไข้เลือดออก

 "ช่วงนี้เห็นเพื่อนๆนักวิชาการสาธารณสุขที่ทำงานชุมชน และต้องรับผิดชอบงานระบาดด้วย ได้บ่นเรื่องการควบคุมโรคไข้เลือดออกที่ช่วงนี้กำลังระบาด ต้องออกไปพ่นควัน ผมเองไม่ได้รับผิดชอบงานระบาด แต่ใจจริงก็อยากไปเรียนงานระบาดเหมือนกันครับ   เอาแนวทางการจัดการปัญหาไข้เลือดออกมาไว้อ่านเผื่อวันไหนได้รับผิดชอบงานนี้บ้างครับ"

1. การจัดลำดับพื้นที่ตามขนาดของปัญหา
     

    การกำหนดพื้นที่  ควรจัดทำข้อมูลผู้ป่วยเป็นรายหมู่บ้าน ตำบล เพื่อจะได้เห็นจุดที่เป็นปัญหาชัดเจน  ใช้ Epidemic curve  รายหมู่บ้าน ร่วมกับแผนที่ที่แสดงให้เห็นถึงหมู่บ้านช่วยในการประเมินแนวโน้มและทิศทางการระบาด
    ขนาดของปัญหา  วิเคราะห์จากปัจจัยหลาย ๆ ปัจจัยร่วมกัน เช่น
        รายงานผู้ป่วยรายสุดท้ายหรือผู้ป่วยรายใหม่  ซึ่งจะบอกถึงพื้นที่ที่กำลังมีการระบาดและหากพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ใหม่ ๆ ทำให้เห็นทิศทางของการแพร่ระบาดได้
        รายงานการเคลื่อนย้ายประชากร เช่น การเดินทางของประชาชนจากพื้นที่ระบาด  ออกไปประกอบอาชีพในพื้นที่อื่น อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการระบาดในพื้นที่ที่เดินทางไปนั้น ๆ ด้วย

   
2. มาตรการในการควบคุมป้องกัน แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ  การจัดการที่ตัวพาหะคือยุง และการจัดการที่โฮสต์ ซึ่งหมายถึงประชาชน  ( มาตรการ 7 ป. ปิด ภาชนะ ,ปล่อย ปลากินลูกน้ำ,ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ,ปรับสภาพน้ำ(ใส่ทราย/น้ำส้ม/เกลือ),เปลี่ยนน้ำ,ป้องกันยุงกัด,ปฎิบัติต่อเนื่อง
     

2.1    การจัดการยุงพาหะ  ดำเนินการ ดังนี้
   
     

2.1.1 การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ เช่น  การทำลายภาชนะหรือวัสุดที่ไม่ใช้ ขยะ
เพื่อมิให้มีน้ำขังเมื่อฝนตก

2.2.2 การกำจัดลูกน้ำยุง  เช่น  การหยอดทรายอะเบทหรือเติมผงซักฟอก การเลี้ยงปลากัด  ปลาหางนกยูง

2.2.3 การกำจัดยุงตัวแก่ มีหลากหลายวิธีนอกเหนือจากการฉีดพ่นสารเคมี ในครัวเรือนสามารถใช้น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1 ลิตร บรรจุลงในกระบอกฉีดน้ำพรมผ้า ฉีดพ่นต่อเนื่องไปที่กลุ่มยุงที่เกาะพักตามมุมผนังในห้องน้ำหรือในภาชนะที่เป็๋นแหล่งเพาะพันธุ์ (กสินและคณะ ,2550)

   
     

2.2 การจัดการที่โฮสต์หรือประชาชน


2.2.1 การสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์   เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  ควรเลือกใช้กลวิธีต่าง ๆ ที่จะสื่อสารและเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด  เพื่อให้ประชาชนตื่นตัวในการป้องกันตนเอง  และช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างสม่ำเสมอ

2.2.2 การสร้างความตระหนักส่วนบุคคลหรือในระดับครัวเรือน  ซึ่งอาจร่วมกับท้องถิ่นเพื่อทำประชาคม หรืออาจร่วมกับภาคีเครือข่ายสุขภาพในการคืนข้อมูลเรื่องโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ให้กับประชาชนทราบ และร่วมกันหาแนวทางหรือมาตรการในการที่จะช่วยกันในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง

2.2.3 ป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัดตั้งแต่ช่วงเช้ามืดไปจนถึงช่วงกลางคืน  เนื่องจากพฤติกรรมการกัดของยุงในช่วงฤดูฝนสามารถพบได้ตั้งแต่ เวลา 04.00-  24.00 น. (อุษาวดีและคณะ,2552)
   
3. การกำกับติดตามการเฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิด
      3.1 การรายงานผู้ป่วยตามนิยามเฝ้าระวังอย่างครบถ้วนและทันเวลา  จะช่วยสะท้อนสถานการณ์ความเป็นจริงมากที่สุดและ เป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารในพื้นที่ในการตัดสินใจด้านนโยบายและยุทธศาสตร์   และยังช่วยให้การทำนายแนวโน้มของโรคในอนาคตมีความแม่นยำมากขึ้นด้วย    
     

3.2 การสอบสวนโรคในชุมชน   เป็นกิจกรรมสำคัญกิจกรรมหนึ่งของการเฝ้าระวังโรค
ทำให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเฉพาะของพื้นที่นั้น ๆ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรค
ต่าง ๆ ที่จะต้องแก้ไข  และจะต้องดำเนินการเชิงรุก  ดังนี้

    การค้นหาผู้ป่วยรายแรกและรายใหม่ในชุมชน
    การรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในขณะที่เกิดโรค  และดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป  เพื่อลดจำนวนประชากรยุง
    ร่วมกับท้องถิ่นในการทำประชาคม  เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการยุงพาหะและป้องกันตนเอง

   
      การเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยในการวางแผนและทำนายแนวโน้ม การ ระบาดให้แม่นยำมากขึ้น    แต่ละพื้นที่ควรติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการให้
รวดเร็ว และวิเคราะห์ข้อมูลของตัวอย่างเลือด โดยเฉพาะสัดส่วนตัวอย่างเลือดที่
ให้ผลเป็นบวก และซีโรทัยป์ต่าง ๆ ของไวรัสเดงกี    
     

มาตรการต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น  ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นใน
ช่วงสัปดาห์แรกที่เริ่มมีฝนตกในพื้นที่
ช่วงที่ฝนตก ๆ หยุด ๆ และ
เมื่อฝนเริ่มจะหมดจากพื้นที่
เพราะเป็นช่วงที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับอุบัติการณ์ไข้เลือดออกที่เพิ่มมากขึ้น

Popular Posts

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

 
Copyright © 2011 toncub | High CTR Blogspot Themes designed by Ali Munandar | Powered by Blogger.Com.
My Zimbio