ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้ปวด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้ปวด แสดงบทความทั้งหมด

ยาparacetamolต้องรู้

Paracetamol  เป็นยาสามัญประจำบ้าน ไม่ต้องจ่ายยาโดยเภสัชกร บรรเทาปวด ลดไข้ มีอาการไม่พึงประสงค์ต่ำ 

พิษต่อตับของ Paracetamol  
   อาการไม่พึงประสงค์ คือการเกิดความเป็นพิษต่อตับ เกิดได้ตั้งแต่มีความผิดปกติของผลทางห้องปฏิบัติการจนถึงภาวะตับวายอย่างเฉียบพลัน นำไปสู่การเสียชีวิตได้ เกิดจากการรับประทานยาในขนาดที่มากกว่า 4 กรัมต่อวัน

กลไกและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความเป็นพิษต่อตับของ Paracetamol 
    การเป็นพิษต่อตับเกิดจาก toxic metaboliteขนาดยาในการรับประทานคือ 650-1,000 มิลลิกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง และไม่เกิน 4 กรัมต่อวัน ไม่ควรใช้ติดต่อเกิน 5 วัน มาตรการรลดความเสี่ยง ขนาดยา paracetamol ที่ใช้แต่ละครั้งไม่ให้เกิน 650 มิลลิกรัม ขนาดยาสูงสุดต่อวันคือ 2,600 มิลลิกรัม 

สาเหตุของการเกิดความเป็นพิษต่อตับจากการใช้ paracetamol
      USFDAกล่าวถึงสาเหตุของการเกิดความเป็นพิษต่อตับขั้นรุนแรงในผู้ป่วยที่รับประทานยา paracetamol ดังนี้
           1 ) การรับประทานยา paracetamol ในขนาดมากกว่าขนาดที่แนะนำ  

ป               2  ) ปัจจัยที่ทำให้เกิดความไวต่อการเป็นพิษต่อตับเฉพาะบุคคล ทั้งนี้อาจเนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้มีการกำจัดสารพิษ (toxic metabolite) ออกจากร่างกายได้ช้า หรือเกิดจากการที่ผู้ป่วยมีการสร้างสารพิษเหล่านี้ได้มากกว่าปกติ

                 3 ) ระยะเวลาของการเกิดความเป็นพิษต่อตับทำนายได้ไม่แน่นอน เนื่องจากระยะเวลาของอาการแสดงความเป็นพิษต่อตับอาจใช้เวลาหลายวัน รวมถึงอาการแสดงบ่งชี้ไม่แน่นอน ผู้ป่วยอาจมีอาการคล้ายกับการเป็นไข้ (flu-like symptoms) ซึ่งหากผู้ป่วยเกิดอาการดังกล่าวแต่ไม่ทราบสาเหตุก็อาจมีการรับประทานยา paracetamol ต่อไปได้

               4 ) รูปแบบและขนาดยา paracetamol มีความหลากหลาย เช่น อยู่ในรูปยาสูตรผสมกับยาอื่นเพื่อบรรเทาอาการหวัด ซึ่งผู้ป่วยอาจมีหลายสภาวะร่วมกันในช่วงเวลาที่จะใช้ยา และทำให้เกิดการใช้ paracetamol ในผลิตภัณฑ์ยาที่หลากหลายในเวลาเดียวกันอย่างไม่ตั้งใจ และทำให้เกิดความเป็นพิษต่อตับจากยาได้

               5 )  ผู้บริโภคไม่ทราบว่าการใช้ paracetamol เกินขนาดจะเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเกิดความเป็นพิษต่อตับเนื่องparacetamol หาซื้อได้ง่าย และเข้าใจว่ามีความปลอดภัยสูงในการใช้ ไม่ได้มีคำเตือนถึงอาการไม่พึงประสงค์ชัดเจน


·        ุ6 )  ยาน้ำ paracetamol สำหรับเด็กมีหลายความเข้มข้น ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย

·        7 )   การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา การดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน

 มาตรการในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดความเป็นพิษต่อตับจาก paracetamol
      มาตรการการลดความเสี่ยงต่อการเกิดความเป็นพิษต่อตับจากที่นอกเหนือจากการปรับลดขนาดยาได้แก่ การเพิ่มคำเตือนเรื่องการหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ลงบนฉลากผลิตภัณฑ์ยา และคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ paracetamol อื่นๆ

สิ่งที่ผู้บริโภคควรทราบก่อนการใช้ยา paracetamol

                Paracetamol ควรใช้เมื่อมีความจำเป็น และอ่านฉลากอย่างเคร่งครัดทุกครั้งที่จะมีการใช้ยา เพื่อป้องกันการใช้ยาซ้ำซ้อน ไม่รับประทานยาติดต่อกันนานมากกว่า 5 วัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดพิษต่อตับมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ระหว่างที่มีการใช้ยา ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคตับ ผู้ที่มีการดื่มแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ หรือมีการใช้ยาอื่นๆ ร่วมด้วย ควรทำการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนที่จะมีการใช้ยานี้

โดนเงี่ยงปลาดุก

   เมื่อวานน้องชายผมเดินมาหาผม พร้อมกับถามผมว่า “โดนเงี่ยงปลาดุกตำทำเยี่ยงไรดี”
ผมบอกให้ฉี่ใส่แผลที่มันโดนเงี่ยงปลาดุกตำ เพราะเพื่อนผมที่เคยโดนเงี่ยงปลาดุกทะเลตำมันเคยทำ
ไอ้เจ้าน้องชายตัวดีของผมมันก็ไม่เชื่อ และไม่ทำตาม ผมเองก็สงสัยว่า “ถ้าไม่เชื่อแล้วจะมาถามทำไม”
imagesCA7BEAP8
    คนที่โดนเงี่ยงปลาดุกตำ จะมีความเจ็บปวด ทรมาน ไม่เท่ากัน น้อยบ้าง มากบ้าง
แต่ถ้าคนไหนที่มีอาการปวดมากและแผลหรือบริเวณที่โดน มีอาการ บวม แดง ร้อน ก็เดาได้ว่าเกิดการอักเสบ
    การรักษาหรือบรรเทาก็คงจะเป็นการรับประทานยา antibiotics เช่น  Amoxycillin
แต่หากไม่การติดเชื้อก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยา antibiotics เพียงแต่รับประทานยาแก้ปวด ประมาณ 2-3 วันอาการก็จะหายไป
    ยาแก้ปวดที่นิยมใช้ และใช้ได้ผล คือ ยาพอนสแตน 500 มล.
Ponstan เป็นชื่อทางการค้า ซึ่งมีชื่อสามัญทางยา คือ Mefenamic acid
ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม N-SAIDs(Non-Steriodal-Antiinflammatory-Disease)
ซึ่งมีฤทธิ์การรักษาอาการปวดต่างๆนาๆ เช่น ปวดประจำเดือน ปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น

   ในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้ยา paracetamol ซึ่งอาจไม่ได้แพ้ตัวยา paracetamol โดยตรง อาจเกิดจากการแพ้ สารอื่นๆที่เป็นองค์ประกอบในยาเม็ด paracetamol แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้ยาจากตัวยา paracetamol จริง ก็สามารถใช้ยา Ponstan นี้ได้เพราะยา Ponstan ไม่มีส่วนประกอบของยา paracetamol ซึ่งผู้ป่วยที่แพ้ยา paracetamol สามารถรับประทานยา Ponstan ได้

Popular Posts

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

 
Copyright © 2011 toncub | High CTR Blogspot Themes designed by Ali Munandar | Powered by Blogger.Com.
My Zimbio