หากท่านเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการจะประสบความสำเร็จในเรื่องของสอบบรรจุเป็นนักวิชาการสาธารณสุข แต่สอบยังไงก็สอบไม่ได้สักที ซึ่งอาจเนื่องมาจากท่านไม่มีเวลาในการอ่านหนังสือเพื่อที่จะสอบเป็นนักวิชาการสาธารณสุขให้ได้ ท่านเองอาจมักมีสิ่งต่างๆที่มาคอยขัดจังหวะในการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเป็นนักวิชาการสาธารณสุข ซึ่งสิ่งที่มาขัดจังหวะนั้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ความฝันในการเป็นนักวิชาการสาธารณสุขยังคงเป็นความฝันจวบจนนิรันดร์
ดังคำที่ว่า "ไม่มีสิ่งใดที่จะได้มาโดยไม่เสียสิ่งใด" หากท่านต้องการจะป็นนักวิชาการสาธารณสุข ท่านต้องจัดการ ต้องกำจัด ต้องตัดทิ้งกิจกรรมบางอย่างที่เป็นสิ่งที่คอยขัดขวางให้ความฝันที่ท่านต้องการเป็นจริง ยกตัวอย่าง การดูหนังที่ท่านโปรดปราน การฟังเพลงทีละ 5 ชั่วโมง การได้พูดคุยกับสาวอันเป็นที่หมายปอง เป็นต้น
มีเครื่องมือชนดหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านจัดการกับสิ่งที่คอยขัดขวางไม้ให้ท่านประสบความสำเร็จ(การสอบเป็นนักวิชาการสาธารณสุข) เครื่องมือที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วทั้งสามโลกที่ว่านี้คือ ตารางบริหารเวลาครับ
เหตุที่ต้องบริหารจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพ ก็เพราะว่าคนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน ดังนั้นหากใครใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดเพื่อประโยชน์สูงสุด คนผู้นั้นย่อมเป็นผู้ชนะ และประสบความสำเร็จในทุกๆด้านครับ
หลักหารบริหารเวลา จะแบ่งงานเป็น 4 ประเภทนะครับ
1.งานสำคัญและเร่งด่วน
2.งานไม่สำคัญแต่งานเร่งด่วน
3.งานสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน
4.งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน
งานประเภทสำคัญและเร่งด่วน
งานประเภทนี้ก็เป็นงานที่สำคัญ...ทำไม่เสร็จโดนเจ้านายด่าเละแน่ครับ
แรกเริ่มเดิมที...นานแรมปีแล้วงานประเภทนี้จะเป็นงานที่สำคัญครับ..แต่มันมันเร่งด่วน
กาลเวลาผ่านพ้นไปเป็นปี...ความสำคัญเท่าเดิมแต่คาวมเร่งด่วนเพิ่มพูนทวีเป็น 100 เท่า
ยกตัวอย่าง สมัยเป็นนักเรียน อาจารย์จะสั่งให้ทำรายงานในวันเปิดเรียนวันแรก มีกำหนดส่งก่อนสอบปลายภาค แต่เราไม่ยอมทำจนเหลือเวลา 1 วันค่อยมาทำ งานประเภทนี้เป็นงานที่สำคัญและเร่งด่วนครับ
งานประเภทสำคัญแต่ไม่เร่งด่วนครับ
งานประเภทนี้จะเป็นงานที่มีกำหนดการตายตัวในการส่งมอบนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกำหนดสอบ การทำการบ้าน การเตรียมข้อมูงเข้าประชุม ส่วนนี้สำคัญมากครับ ผมไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะผมก็ยังจัดการไม่ได้
งานไม่สำคัญแต่งานเร่งด่วน
งานประเภทนี้ผมคุ้นเคยดีครับ หลักๆเลยที่ผมเจอก็คือการพบปะสรรค์ๆกินเหล้าฟังเพลงกับเพื่อนๆที่นานๆๆเจอกันที ทั้งๆที่รู้ว่าอีก 2 วันผู้ตรวจจะเข้าและเอกสารรูปเล่มข้อมูลต่างๆยังไม่เสร็จ แต่ผมก็เลือกจะไปกับเพื่อนนะครับ
งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน
งานประเภทนี้ก็งานเลี้ยงทั่วไป เช่น งานบุญบั้งไฟบ้านโน่น บ้านนี้ บ้านนั้น ไปร่วมด้วยหมด ทั้งๆที่ไม่ไปก็ไม่มีใครสนใจ หรือไม่ก็งานประเภทเข้ามาเช็คว่ามีใครมากดlikeเราบ้าง อะไรประมาณนั้น
เมื่อเราแบ่งงานออกเป็นประเภทต่างๆได้แล้วสิ่งสำคัญคือเราต้องบริหารจัดการมันให้ได้
แล้วจะบริหารจัดการอย่างไรละครับ...(ผมถามคำถามนี้ตอนโดนอาจารย์สอนมาอีกที)
ก่อนอื่นต้องเริ่มจากเป้าหมายในใจเราครับ
ถ้าผมต้องการเรียนให้ได้ A ทุกรายวิชา (เป้าหมายหลัก)
ผมก็ต้องมาหากิจกรรมอะไรหรือผมต้องทำอะไรบ้างเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย
ขั้นตอนนี้ผู้รู้แนะนำให้ทำเป็นรายสัปดาห์นะครับ
เช่นต้องอ่านbioให้จบ...เป็นงานที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน(สมมุติสอบตอนปลายเดือนธันวาคม)
ผมก็ต้องมาย่อยกิจกรรมเป็น สัปดาห์นี้ต้องอ่านbioจบ 1บท โดยอ่านวันละ 2 ชั่วโมงเวลา 22.00-0.00น. ครับเราต้องล็อคเวลา ต้องให้ความสำคัญกับมัน อย่าให้งานไม่สำคัญแต่เร่งด่วน และงานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วนมาขัดจังหวะเราได้ครับ
ที่เขียนๆพิมพ์ๆใช่ว่าผมจะทำได้นะครับ แค่เขียนไว้เตือนตัวเอง เพราะมีเป้าหมายใหญ่รออยู่อีก 3 เดือน
ดังคำที่ว่า "ไม่มีสิ่งใดที่จะได้มาโดยไม่เสียสิ่งใด" หากท่านต้องการจะป็นนักวิชาการสาธารณสุข ท่านต้องจัดการ ต้องกำจัด ต้องตัดทิ้งกิจกรรมบางอย่างที่เป็นสิ่งที่คอยขัดขวางให้ความฝันที่ท่านต้องการเป็นจริง ยกตัวอย่าง การดูหนังที่ท่านโปรดปราน การฟังเพลงทีละ 5 ชั่วโมง การได้พูดคุยกับสาวอันเป็นที่หมายปอง เป็นต้น
มีเครื่องมือชนดหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านจัดการกับสิ่งที่คอยขัดขวางไม้ให้ท่านประสบความสำเร็จ(การสอบเป็นนักวิชาการสาธารณสุข) เครื่องมือที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วทั้งสามโลกที่ว่านี้คือ ตารางบริหารเวลาครับ
เหตุที่ต้องบริหารจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพ ก็เพราะว่าคนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน ดังนั้นหากใครใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดเพื่อประโยชน์สูงสุด คนผู้นั้นย่อมเป็นผู้ชนะ และประสบความสำเร็จในทุกๆด้านครับ
หลักหารบริหารเวลา จะแบ่งงานเป็น 4 ประเภทนะครับ
1.งานสำคัญและเร่งด่วน
2.งานไม่สำคัญแต่งานเร่งด่วน
3.งานสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน
4.งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน
งานประเภทสำคัญและเร่งด่วน
งานประเภทนี้ก็เป็นงานที่สำคัญ...ทำไม่เสร็จโดนเจ้านายด่าเละแน่ครับ
แรกเริ่มเดิมที...นานแรมปีแล้วงานประเภทนี้จะเป็นงานที่สำคัญครับ..แต่มันมันเร่งด่วน
กาลเวลาผ่านพ้นไปเป็นปี...ความสำคัญเท่าเดิมแต่คาวมเร่งด่วนเพิ่มพูนทวีเป็น 100 เท่า
ยกตัวอย่าง สมัยเป็นนักเรียน อาจารย์จะสั่งให้ทำรายงานในวันเปิดเรียนวันแรก มีกำหนดส่งก่อนสอบปลายภาค แต่เราไม่ยอมทำจนเหลือเวลา 1 วันค่อยมาทำ งานประเภทนี้เป็นงานที่สำคัญและเร่งด่วนครับ
งานประเภทสำคัญแต่ไม่เร่งด่วนครับ
งานประเภทนี้จะเป็นงานที่มีกำหนดการตายตัวในการส่งมอบนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกำหนดสอบ การทำการบ้าน การเตรียมข้อมูงเข้าประชุม ส่วนนี้สำคัญมากครับ ผมไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะผมก็ยังจัดการไม่ได้
งานไม่สำคัญแต่งานเร่งด่วน
งานประเภทนี้ผมคุ้นเคยดีครับ หลักๆเลยที่ผมเจอก็คือการพบปะสรรค์ๆกินเหล้าฟังเพลงกับเพื่อนๆที่นานๆๆเจอกันที ทั้งๆที่รู้ว่าอีก 2 วันผู้ตรวจจะเข้าและเอกสารรูปเล่มข้อมูลต่างๆยังไม่เสร็จ แต่ผมก็เลือกจะไปกับเพื่อนนะครับ
งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน
งานประเภทนี้ก็งานเลี้ยงทั่วไป เช่น งานบุญบั้งไฟบ้านโน่น บ้านนี้ บ้านนั้น ไปร่วมด้วยหมด ทั้งๆที่ไม่ไปก็ไม่มีใครสนใจ หรือไม่ก็งานประเภทเข้ามาเช็คว่ามีใครมากดlikeเราบ้าง อะไรประมาณนั้น
เมื่อเราแบ่งงานออกเป็นประเภทต่างๆได้แล้วสิ่งสำคัญคือเราต้องบริหารจัดการมันให้ได้
แล้วจะบริหารจัดการอย่างไรละครับ...(ผมถามคำถามนี้ตอนโดนอาจารย์สอนมาอีกที)
ก่อนอื่นต้องเริ่มจากเป้าหมายในใจเราครับ
ถ้าผมต้องการเรียนให้ได้ A ทุกรายวิชา (เป้าหมายหลัก)
ผมก็ต้องมาหากิจกรรมอะไรหรือผมต้องทำอะไรบ้างเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย
ขั้นตอนนี้ผู้รู้แนะนำให้ทำเป็นรายสัปดาห์นะครับ
เช่นต้องอ่านbioให้จบ...เป็นงานที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน(สมมุติสอบตอนปลายเดือนธันวาคม)
ผมก็ต้องมาย่อยกิจกรรมเป็น สัปดาห์นี้ต้องอ่านbioจบ 1บท โดยอ่านวันละ 2 ชั่วโมงเวลา 22.00-0.00น. ครับเราต้องล็อคเวลา ต้องให้ความสำคัญกับมัน อย่าให้งานไม่สำคัญแต่เร่งด่วน และงานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วนมาขัดจังหวะเราได้ครับ
ที่เขียนๆพิมพ์ๆใช่ว่าผมจะทำได้นะครับ แค่เขียนไว้เตือนตัวเอง เพราะมีเป้าหมายใหญ่รออยู่อีก 3 เดือน
