ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อสอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อสอบ แสดงบทความทั้งหมด

ข้อสอบระบาดวิทยาสำหรับนักวิชาการสาธารณสุข

1. ข้อความใดต่อไปนี้ทุกข้อเป็นความจริงเกี่ยวกับหลักระบาดวิทยา ยกเว้นข้อใด
    ก. เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการกระจายของโรคและหาความสัมพันธ์สิ่งที่เป็นสาเหตุ ของโรคในประชากร
    ข. เป็นการศึกษาถึงการกระจายของโรคและองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคในชุมชน
    ค. เป็นการศึกษาการกระจายของโรคและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคในมนุษย์
    ง. เป็นการศึกษาถึงการเกิดโรคและการกระจายของโรคในแต่ละบุคคล
    จ. เป็นการศึกษาที่มุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์
2. จากข้อความ “ระบาดวิทยาเป็นศาสตร์แห่งการแสวงหาปัญญา” นั้นได้กล่าวถึงความสำคัญของ ระบาดวิทยาในข้อใด
    ก. เป็นการศึกษาที่ทำให้รู้สาเหตุของการเกิดโรคและการกระจายของโรค จนสามารถกำหนดแนวทางการควบคุมป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ข. เป็นการศึกษาที่ทำให้รู้สาเหตุของการเกิดโรคส่งผลดีต่อการรักษาโรค
    ค. ผลจากการศึกษาระบาดวิทยาใช้เป็นหลักในการปฏิบัติงานได้
    ง. เป็นเครื่องมือสำคัญของการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
    จ. ทุกแขนงวิชาเป็นศาสตร์แห่งปัญญาทั้งนั้น
3. ระบาดวิทยามีขอบเขตการศึกษาครอบคลุมด้านใดบ้าง
    ก. เฉพาะโรคติดเชื้ออย่างเดียว
    ข. โรคติดเชื้อ และโรคไร้เชื้อ
    ค. โรคไร้เชื้อ และอุบัติการณ์ต่าง ๆ
    ง. เฉพาะอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชนเท่านั้น
    จ. โรคติดเชื้อ โรคไร้เชื้อ และอุบัติการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน
4. คุณลักษณะข้อใดใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเป็นการศึกษาด้านการกระจายของโรค
    ก. พิจารณาการเกิดโรคตามการเปลี่ยนแปลงของเวลาที่เริ่มป่วย สถานที่ป่วย และ ลักษณะของบุคคลที่ป่วย
    ข. พิจารณาการเกิดโรคและลักษณะของประชากรในด้านสังคมและเศรษฐกิจ
    ค. พิจารณาการเกิดโรคตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่ทำให้เกิดโรคและสิ่งแวดล้อม
    ง. พิจารณาปฏิสัมพันธ์ของสิ่งที่ทำให้เกิดโรคกับสิ่งแวดล้อมและลักษณะบุคคล
    จ. พิจารณาปฏิสัมพันธ์สิ่งที่ทำให้เกิดโรคกับมนุษย์
5. ข้อใดอธิบายความหมายของระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ได้ดีที่สุด
    ก. เป็นการวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะโรคเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการเกิดโรค
    ข. เป็นการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกับ ผลของการเกิดโรคนั้น ๆ
    ค. เป็นการวิเคราะห์หาแนวทางไปสู่วิธีการทางระบาดวิทยาที่จะได้รับความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น
    ง. เป็นการวิเคราะห์หาอุบัติการณ์และกระจายของโรคต่าง ๆ
    จ. เป็นการวิเคราะห์หาสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรค
6. ข้อใดเป็นหลักสำคัญการศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณาที่ขาดไม่ได้
    ก. การหาดัชนีอนามัยที่สัมพันธ์กับการเกิดโรค
    ข. การศึกษาสภาพแวดล้อมที่สัมพันธ์กับการเกิดโรค
    ค. การศึกษาหาคำตอบเกี่ยวกับอะไรทำให้เกิดโรค มักเกิดกับคนแบบใดเกิดที่ไหน และเวลาใด
    ง. การศึกษาหาคำตอบเกี่ยวกับทำไมจึงเกิดโรคขึ้นและการกระจายของโรคเกิดขึ้นได้อย่างไร
    จ. การทราบอัตราการป่วย อัตราการตาย สถานที่ และความชุกชุมของโรค
7. ข้อใดคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ได้จากการศึกษาการระบาดของการติดสิ่งเสพติด
    ก. มีมาตรการลงโทษที่เหมะสม
    ข. มีแผนการดำเนินการจับกุมที่ชัดเจนและได้ผล
    ค. กำหนดแนวทางการป้องกันการติดสิ่งเสพติดได้อย่างครอบคลุม
    ง. ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการลด ละ เลิกสิ่งเสพติด
    จ. กำหนดแผนพัฒนาประเทศได้อย่างสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง
8. การควบคุมและป้องกันโรค ขั้นตอนใดสำคัญที่สุด
    ก. การค้นพบโรคในระยะเริ่มแรก
    ข. การรักษาพยาบาลที่ถูกต้อง
    ค. การป้องกันการแพร่กระจายของโรค
    ง. การป้องกันโรคล่วงหน้าไม่ให้เกิดโรคขึ้น
    จ. การป้องกันความพิการและการไร้สมรรถภาพ
9. ข้อความต่อไปนี้ข้อใดกล่าวถูกต้องมากที่สุด
    ก. การป้องกันโรคก่อนระยะที่โรคเกิดเป็นวิธีที่สิ้นเปลืองที่สุดแต่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
    ข. การป้องกันโรคก่อนระยะที่โรคเกิดเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด
    ค. การป้องกันโรคก่อนระยะที่โรคเกิดโดยการเพิ่มสถานบริการสุขภาพให้ทั่วถึง
    ง. การป้องกันในระยะมีโรคเกิดเป็นวิธีที่ประหยัดโดยการป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น
    จ. การป้องกันในระยะมีโรคเกิดจะต้องมีวิธีการรักษาที่ดีจึงจะประหยัด
10. ข้อใดเป็นประโยชน์ของระบาดวิทยาต่อการควบคุมและป้องกันโรคมากที่สุด
    ก. จำแนกชนิดของโรคต่าง ๆ
    ข. ประเมินผลการรักษาพยาบาล
    ค. ค้นพบโรคในระยะเริ่มแรก
    ง. คาดคะเนแนวโน้มของการเกิดโรคได้
    จ. ใช้วางแผนงานการบริการสุขภาพและแผนพัฒนาประเทศ

ข้อสอบสาธารณสุข

เรื่องบังเอิญวันนี้คือผมเองไปเจอข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข เรียกได้ว่าเป็นแนวข้อสอบเพื่อสอบเข้าบรรจุก้เลยเอามาฝากน้องๆนักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ละกันครับ พุดถึงข้อสอบด้านสาธารณสุขผมเองก็ไม่ได้สอบมานานแล้วละครับ ถ้านักวิชาการสาธารณสุขมีสอบเหมือนพยาบาลก้คงเป็นเรื่องดีเพื่อที่จะกระตุ้นเหล่านักวิชาการสาธารณสุขได้อ่านหนังสือและได้ประลองยุทธกันและได้พบปะสังสรรค์ระหว่างไปสอบและสอบเสร็จ เอาละครับเรามาดูแนวข้อสอบเลยละกันครับ



แนวข้อสอบนักวิชาการสาธารณสุข


ข้อสอบเฉพาะทาง สาธารณะสุข
1. 1669 คือเบอร์อะไรเบอร์ 1669 คือเบอร์ กู้ชีพ กู้ภัย หรือ ที่เรียกกันว่า EMS สามารถโทรได้ทุกที่ ในประเทศ ท่านกดที่ใด ก็จะไปติด ศูนย์ที่จังหวัดนั้น มีไว้แจ้ง เรื่องอุบติเหตุ ไม่ว่า เจอกับตัว หรือ พบเห็น สามารถ โทรเข้าได้เลย แล้วศูนย์ จะแจ้งไปยัง หน่อยกู้ภัย ในเขต นั้นๆ ให้รีบออกไปยัง สถานที่เกิดเหตุนั้นๆ

2. - หมายเลขโทรถามเรื่องบัตรทองคือ ?- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 2-4 อาคารรวมหน่วยงานราชการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ฯ 10210 โทรศัพท์ เบอร์กลาง 02 141 4000โทรสาร (Fax) 02 143 9730 – 1 เว็บไซท์ : http://www.nhso.go.th/
3. สิทธิต่างๆของบัตรทองมีอะไรบ้าง- บัตรทองเป็นสิทธิสวัสดิการที่ได้จากรัฐ ครอบคลุมการรักษาพยาบาลทั้งหมดตามความเป็นจริง แต่ยกเว้นค่าห้องค่าอาหารสำหรับผู้ป่วยใน ผู้รับสิทธิบัตรทองต้องไม่เป็นข้าราชการหรือผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่มีการเก็บเงินสมทบ แต่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานครั้งละ 30 บาท
4. ใครที่ต้องลงขันให้กองทุนประกันสังคม- ลูกจ้างผู้ประกันตนและนายจ้างจะต้องลงขันฝ่ายละ 5% ของค่าจ้างรายเดือน
5. ประกันสังคมจ่ายในกรณีไหนบ้าง- กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ กรณีว่างงาน ผู้ประกันตนมาตรา 40
6. แต่ละช่วงอายุจะฉีดวัคซีนอะไรบ้าง (ชื่อวัคซีนในชอยส์เป็นตัวย่อภาษาอังกฤษทั้งหมด)- ทารกแรกเกิด - วัคซีนบีซีจี (BCG) ป้องกันวัณโรคทารกอายุ 2 เดือน และ 4 เดือน- วัคซีนดีพีที (DPT) ป้องกันไอกรน คอตีบ บาดทะยัก, โปลิโอชนิดกิน, ฮิปวัคซีนทารกอายุ 9 เดือน – วัคซีนป้องกันโรคหัดเด็กอายุ 15 เดือน - วัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ (MMR) ป้องกันหัด คางทูม และหัดเยอรมันอายุ 18 เดือน - วัคซีนดีพีที (DPT) ป้องกันไอกรน คอตีบ บาดทะยัก, โปลิโอชนิดกินอายุ 2 ปี – วัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์อายุ 3 ปี - วัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์ และให้ฉีดทุก 3 ปีอายุ 4-6 ปี - วัคซีนดีพีที (DPT) ป้องกันไอกรน คอตีบ บาดทะยัก, โปลิโอชนิดกินอายุ 14-16 ปี - วัคซีน ดี ที ชนิดผู้ใหญ่
7. อาการของวัณโรค , ต้องตรวจอะไรตรงไหนถึงจะรู้ว่าเป็นไหม- ไข้ พบว่าผู้ป่วยโรควัณโรคจะมีไข้ได้ตั้งแต่ร้อยละ 37-80 แต่ก็มีผู้ป่วยร้อยละ 21 ที่ไม่มีไข้เลย หลังจากได้รับยารักษาวัณโรคพบว่าไข้จะลงในหนึ่งและสองสัปดาห์ ร้อยละ34,64 ตามลำดับระยะเวลาเฉลี่ยที่ไข้ลงประมาณ 10 วัน อาการอื่นๆที่พบได้ได้แก่ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ครั่นเนื้อครั่นตัว เหงื่อออกกลางคืน พบว่าเม็ดเลือดขาวอาจจะต่ำ ปกติหรือสูงก็ได้ ในรายที่เป็นมานานจะพบภาวะโลหิตจางด้วยอาการของเลือแรโซเดียมต่ำซึ่งจากปอดที่ติดเชื้อวัณโรสร้าง antidiuretic hormone-like substance การวินิจที่ถูกต้องจะต้องตรวจพบตัวเชื้อโรค โดยการนำสารหลั่งต่างมาตรวจ เช่น เสมหะ น้ำจากกระเพาะอาหาร น้ำจากช่องปอด น้ำไขสันหลัง นอกจากนั้นหากสามารถเพาะเชื้อโรคได้จะทำให้การวินิจฉัยถูกต้อง การนำมาเพาะเชื้อก็มีความจำเป็นเนื่องจากเชื้อวัณโรคมีการดื้อยาบ่อยทำให้ ต้องทราบว่าเชื้อดื้อต่อยาอะไรบ้าง เพื่อจะได้ปรับยาที่ใช้รักษา นอกจากนั้นระยะเวลาก็มีความสำคัญ
8. ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อวัณโรค- ผู้ที่ได้รับเชื้อ [Latent infection] ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นวัณโรคทุกคน ประมาณว่าร้อยละ 10จะเป็นวัณโรคโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรค ประจำตัวเหล่านี้ ผู้ป่วยโรคเอดส์ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่ได้รับยา prednisolone หรือยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน หรือเปลี่ยนไต ผู้ป่วยที่ไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวน้อย ผู้ป่วยที่เป็น silicosis ผู้ป่วยที่ตัดกระเพาะ หรือตักต่อลำไส้
9. การจำแนกกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน จำแนกกี่แบบ อะไรบ้าง- 1. เบาหวานในทารกและเด็ก หมายถึงผู้ป่วยที่มีอาการของเบาหวานเริ่มต้นเมื่ออายุ 0-14 ปี ผู้ป่วยพวกนี้มักจะมีอาการเริ่มต้นรุนแรงและมักเป็นผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้ รับอินซูลินตลอดเวลา 2. เบาหวานในวัยรุ่น หมายถึงผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการเบาหวานระหว่างอายุ 15 – 25 ปี ซึ่งโดยมากมักจะมีอาการเกิดขึ้นทันที และมักจะเป็นผู้ป่วยซึ่งต้องให้อินซูลินรักษาเช่นเดียวกัน 3. เบาหวานในผู้ใหญ่ หมายถึง โรคเบาหวานซึ่งเริ่มต้นมีอาการตั้งแต่อายุ 25 – 64 ปี ซึ่งผู้ป่วยพวกนี้มีอาการเปลี่ยนแปลงได้มาก และมักไม่จำเป็นจะต้องได้รับอินซูลิน 4. เบาหวานในคนสูงอายุ หมายถึงผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการเมื่อมีอายุเกิน 64 ปีขึ้นไป และมักจะไปพบแพทย์ด้วยอาการของโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน ผู้ป่วยพวกนี้มักสามารถควบคุมอาการเบาหวานได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อินซูลิน นอกจากนี้ โรคเบาหวานยังจำแนกออกได้อีกแบบหนึ่งดังนี้


1. เบาหวานประเภทวัยรุ่น หมายถึงผู้ป่วยเบาหวานไม่ว่าจะอยู่ในอายุใดๆ ก็ตามที่ต้องการอินซูลินในการรักษา และเป็นประเภทซึ่งมีความโน้มเอียงที่จะเกิดภาวะคีโทซิส (ketosis) ได้ง่าย


2. เบาหวานประเภทต่อต้านอินซูลิน หมายถึง ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการอินซูลินมากเกินกว่าวันละ 200 หน่วย


3. เบาหวานจากต่อมไร้ท่อ หมายถึงผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือมีความผิดปกติไม่ทนต่อเมแทบอลิซึมของ คาร์โบไฮเดรต เนื่องจากโรคของต่อมไร้ท่อ เช่นกลุ่มอาการคุชิง


4. เบาหวานประเภทเปลี่ยนแปลงง่าย หมายถึง โรคเบาหวานประเภทวัยรุ่นซึ่งควบคุมอาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ ภาวะคีโทซิส และอาการระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติได้ยาก



10. ประชากรไทยมักป่วยด้วยโรคอะไร - โรคสมองเสื่อม (DEMENTIA) กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (HEART ATTACK) มะเร็งไฝ (MELANOMA) มะเร็งเต้านม (BREAST CANCER) กาฬหลังแอ่น (MENINGOCOCCAL INFECTION) เบาหวาน (DIABETES)
แฮะๆๆหาข้อสอบมาได้แค่นี้ครับ สวัสดีครับชาวสาธารณสุข

Popular Posts

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

 
Copyright © 2011 toncub | High CTR Blogspot Themes designed by Ali Munandar | Powered by Blogger.Com.
My Zimbio