ขับเคลื่อนโดย Blogger.

รวมเว็บไซต์เกี่ยวกับสุขภาพ

 
วันนี้อาการหนาวมากเลยครับ 
ซึ่งอาการหนาว เย็น มักตามมาด้วย การเจ็บป่วย 
ในยุคดิจิตอล การหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
วันนี้ผมขอแนะนำ เว็บไซต์เกี่ยวกับสุขภาพเพื่อท่านใดสนใจด้านสุขภาพ
1.      เคล็ดลับสุขภาพ วิธีการดูแลผิวพรรณต่างๆ เส้นผม เครื่องสำอางต่างๆ กินอย่างไรให้สุขภาพดี
http://www.moac.go.th/builder/moac_health/wl_main.php
2.      โฮมเพจคลินิกรัก ดอท คอมhttp://www.clinicrak.com/
3.       สาขาวิชาทัศนมาตรศาสตร์ หลักสูตรปริญญาสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะที่เน้นการตรวจ
และวินิจฉัย ปัญหาทางด้านสายตาและสุขภาพตาอย่างครบถ้วนhttp://www.thaioptometry.net
4.      มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ http://www.thainhf.org/index.php
5.      มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ http://www.doctordek.com/index.php
6.      ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ เช่นโรคหวัด โรคมะเร็ง อาหารสำหรับคนป่วยของโรคต่างๆ
       โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง การกินกาแฟต่างๆ เป็นต้น http://www.siamhealth.net/
7.      ตอบปัญหาด้านสุขภาพของคณะแพทย์ศาสตร์ด้านอายุรกรรม สูตินรีเวชกรรม
และกุมารเวชกรรม หู ตา คอ จมูก และทันตกรรม http://www.thaiclinic.com/
8.      บริการสืบค้นรายการหนังสือ,วารสาร, CD-Rom และบทความผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 
กฎหมายเกี่ยวกับอาหารและยา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546-2552  อ.ย เตือนภัยในด้านต่างๆ
http://elib.fda.moph.go.th/library/
9.     การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ
      กับการออกกำลังกาย เทคนิคการออกกำลังกาย http://dopah.anamai.moph.go.th/
10.   รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย http://www.thaicraniofacial.com/
11.   ข้อมูลเกี่ยวกับทางด้านกระดูกและข้อ ของ รศ.นพ.อารี ตนาวลี ของคณะแพทย์ศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย http://www.orthochula.com/
12.   สุขภาพ, อาหารเพื่อสุขภาพ, สมุนไพร, แพทย์ทางเลือก, นวด, อโรมาเธอราปีส์
http://www.siamhealthy.net/
13.  รวบรวมสาระน่ารู้ น่าสนใจ และเว็บไซต์เกี่ยวกับสุขภาพ อาทิเช่น ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ
http://www.yourhealthyguide.com/
14.   ผักปลอดสารพิษ คุณค่าทางโภชนาการสูง ด้วยระบบการปลูกแบบ ผักไฮโดรโปรนิกส์
http://www.siamgreenfarm.com/

ตะลึง!! พบโรค “มือ เท้า ปาก เปื่อยสายพันธุ์รุนแรง”



เผยพบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71-D4 สายพันธุ์รุนแรง จำนวน 1 คนใน 100 คน...ผวาหนักกลัวระบาด

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่านพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยโรคมือเท้าปากในไทยจำนวนเพิ่มขึ้นไม่หยุด จากสัปดาห์ที่แล้ว 10,800 คน ขณะนี้พบมากกว่า 12,000 คนแล้ว ผู้ป่วยพบมากที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและกระจายบางจังหวัดในภาคอีสาน แม้จะยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากโรคมือเท้าปากในไทย แต่เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71-D4 ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุนแรงทำให้เด็กกัมพูชาเสียชีวิต พบในไทย 1 คนในผู้ป่วย 100 คน และพบมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้เกือบ 200 คนแล้ว

“สัปดาห์ หน้าจะนำเสนอเรื่องนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขทราบ เพื่อจัดตั้งวอร์รูมขึ้นมาเป็นคณะกรรมการควบคุมโรค โดยให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดเป็นกรรมการและจะประชุมทางไกลไปยังจังหวัดที่ มีผู้ป่วยจำนวนมากให้โรงเรียนในจังหวัดนั้นๆ ปิดทันที” นพ.พรเทพกล่าว

โรคติดต่อในเด็ก:โรคมือเท้าปากเปื่อย

เป็นโรคที่มักพบการติดเชื้อในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก แต่บางรายจะมีอาการรุนแรง ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสที่มีการติดเชื้อ โรค HFMD ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี มีอาการไข้ร่วมกับตุ่มเล็กๆ เกิดขึ้นที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง หายได้เอง ส่วนน้อยอาจมีอาการทางสมองร่วมด้วย ซึ่งอาจทำให้รุนแรงถึงเสียชีวิตได้ ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุ 1-7 ปี ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ coxsackievirusA16 และ EV71 ผู้ป่วยจะมีไข้ฉับพลันและมีแผลเปื่อยเล็กๆ ในลำคอบริเวณเพดาน ลิ้นไก่ ทอนซิล มีอาการเจ็บคอมากร่วมกับมีน้ำลายมาก ยังไม่เคยมีรายงานการเสียชีวิต และอาจมีอาการกลืนลำบากปวดท้องและอาเจียน โรคจะเป็นอยู่ 3 - 6 วัน และมักจะหายเอง
โรคมือเท้าปากจะเกิดเชื้อไวรัสกลุ่ม Enterovirus genusซึ่งเชื้อโรคในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย polioviruses, coxsackieviruses, echoviruses, and enteroviruses.
สาเหตุของโรคมือเท้าปาก
เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enteroviruses ที่พบเฉพาะในมนุษย์ ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ โรคปากเท้าเปื่อยส่วนใหญ่เกิดจาการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า coxsackie A16 มักไม่รุนแรง เด็กจะหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน ส่วนที่เกิดจากEnterovirus 71 อาจเป็นแบบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ Aseptic meningitis ที่ไม่รุนแรง หรือมีอาการคล้ายโปลิโอ ส่วนที่รุนแรงมากจนอาจเสียชีวิตจะเป็นแบบสมองอักเสบ encephalitis ซึ่งมีอาการอักเสบส่วนก้านสมองทำให้หมดสติ หากเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจะทำให้เกิดหัวใจวาย ความดันโลหิตจะต่ำ มีอาการหัวใจวาย และ/หรือมีภาวะน้ำท่วมปอด
อาการของโรคมือเท้าปาก
ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการป่วย หรืออาจพบอาการเพียงเล็กน้อย เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย เป็นต้น จะปรากฏอาการดังกล่าว 3-5 วัน แล้วหายได้เอง สำหรับผู้ที่มีอาการมักจะเริ่มด้วยไข้ เบื่ออาหาร ครั่นเนื้อครั่นตัวเจ็บคอ หลังจากไข้ 1-2 วันจะเห็นแผลแดงเล็กๆที่ปากโดยเป็นตุ่มน้ำในระยะแรกและแตกเป็นแผล ตำแหน่งของแผลมักจะอยู่ที่เพดานปาก หลังจากนั้นอีก1-2 วันจะเกิดผื่นที่มือและเท้า แต่ก็อาจจะเกิดที่แขน และก้นได้ เด็กที่เจ็บปากมากอาจจะขาดน้ำ
  • ไข้ มีอาการไข้สูงอาจเกิน 39 องศาเซลเซียส 2 วันแล้วจะมีไข้ต่ำๆ ประมาณ 37.5 - 38.5 องศาเซลเซียส อีก 3-5 วัน
  • เจ็บคอเจ็บในปากกลืนน้ำลายไม่ได้ ไม่กินอาหาร
  • พบตุ่มแผลในปาก ส่วนใหญ่พบที่เพดานอ่อนลิ้น กระพุ้งแก้ม อาจมี 1 แผล หรือ 2-3 แผล ขนาด 4-8 มิลลิลิตร เป็นสาเหตุให้เด็กไม่ดูดนม ไม่กินอาหารเพราะเจ็บ ผื่นหรือแผลในปากจะเกิดหลังจากไข้ 1-2 วัน
  • ปวดศีรษะ
  • พบตุ่มพอง (vesicles) สีขาวขุ่นบนฐานรอบสีแดง ขนาด 3-7 มิลลิเมตร บริเวณด้านข้างของนิ้วมือ นิ้วเท้า บางครั้งพบที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ส้นเท้า ส่วนมากมีจำนวน 5-6 ตุ่ม เวลากดจะเจ็บ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยแตกเป็นแผล จะหายไปได้เองในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • เบื่ออาหาร
  • เด็กจะหงุดหงิด
  • ในเด็กโตจะบ่นปวดศีรษะ ปวดหลัง อาจมีอาเจียน เจ็บคอ น้ำลายไหล จากนั้นจะพบตุ่มพองใส ขนาด 1-2 มิลลิเมตร 2 ข้างของบริเวณเหนือต่อมทอนซิล (anteriar fauces) ซึ่งอาจแตกเป็นแผล หลังจากระยะ 2-3 วันแรก แผลจะใหญ่ขึ้นเป็น 3-4 มิลลิเมตร จะเห็นเป็นสีขาวเหลืองอยู่บนฐานสีแดงโดยรอบ ทำให้มีอาการเจ็บคอหรือกลืนลำบากเวลาดูดนมหรือกินอาหาร เด็กจะมีอาการน้ำลายไหล ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 3-6 วัน ยังไม่เคยมีรายงานการเสียชีวิต
ระยะฝักตัวของโรคมือเท้าปาก
หมายถึงระยะตั้งแต่ได้รับเชื้อจนกระทั่งเกิดอาการใช้เวลาประมาณ 4-6 วัน
การติดต่อของโรคมือเท้าปาก
โรคนี้มักจะติดต่อในสัปดาห์แรก เชื้อนี้ติดต่อจาก
  • จากมือที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ (ซึ่งอาจจะยังไม่มีอาการ) หรือน้ำในตุ่มพองหรือแผลของผู้ป่วย
  • และโดยการหายใจเอาเชื้อที่แพร่กระจายจากละอองฝอยของการไอ จาม ของผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ ( droplet spread)
ระยะที่แพร่เชื้อของโรคมือเท้าปาก
ประมาณอาทิตย์แรกของการเจ็บป่วย เชื้อนั้นอาจจะอยู่ในร่างกายได้เป็นสัปดาห์หลังจากอาการดีขึ้้นแล้ว ซึ่งยังสามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้แม้ว่าจะหายแล้ว การแพร่เชื้อมักเกิดได้ง่ายในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย ซึ่งมีเชื้อออกมามาก เชื้อจะอยู่ในลำคอ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ไวรัสเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุของคอหอยและลำไส้ เพิ่มจำนวนที่ทอนซิลและเนื้อเยื่อของระบบน้ำเหลืองบริเวณลำไส้ และเชื้อจะออกมากับอุจจาระ ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า การแพร่กระจายของโรคเกิดจากแมลง น้ำ อาหาร หรือขยะ

ปิงปอง 7 สี

  
เนื่องด้วยบุญพา บารมีเสริม ทำให้ผมได้มีโอกาศไปนั่งรับฟังนโยบายการดำเนินงานงานปฐมภูมิ
ถึงแม้ว่าผมไม่ได้รับฟังจากปากท่านผู้ตรวจราชการ ท่าน นพ.วิชัย เทียนถาวรเองก็ตาม 
เพราะผมเดินทางไปสาย เนื่องจากผมเองเป็นตัวแทน ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลัก 
จากการสอบถามพี่ๆที่เข้ารับฟังจากท่านโดยตรงทำให้ทราบว่าท่านเน้นเรื่อง ปิงปอง 7 สี 



   บ้างก็ถามกันเองว่า ปิงปอง 7 สี คืออะไร ทำไมไม่เคยได้ยินเลย  บ้างก็บอกพอรู้บ้างแต่อธิบายไม่ได้
โชคดีที่มีพี่คนหนึ่งที่ สวย สาว แต่มีสามีแล้ว พอจะอธิบายให้ผมได้ฟัง เพราะสงสารที่ผมไปไม่ทัน

   ผมเองก็พอจะสรุปสิ่งที่ได้รับฟังจากพี่สาวของผม ซึ่งผมขอสรุปพิสังเขปดังนี้ครับ  
เมื่อ พศ.2551 ประชากรไทย อายุ15ปีขึ้นไป จำนวน 55 ล้านคน ป่วยด้วย DMHT 5 ล้านคน 
ประเทศไทยสูญเสียเงินและกำลังคนไปมากมายมหาศาล 
จึงก่อเกิดแนวคิดแบ่งกลุ่มคน ออกเป็น กลุ่มๆ เพื่อการจัดการให้ได้ดีขึ้น
เปรียบกลุ่มคนต่างๆเป็นสี 7 สี  คือ 
สีขาว...คนปกติ 
สีเขียว ...คนปกติ/กินยา/ควบคุมอาหาร
สีเขียวอ่อน...คนที่เสี่ยง
สีเหลือง...คนป่วยระดับ 1  
สีแดง...ป่วยระดับ 2 
สีแดงเข้ม...ป่วยระดับ 3 
สีดำ...รุนแรงและมีโรคแทรกซ้อน

"โจทย์ของนักวิชาการสาธารณสุข..คือจะจัดการแต่ละกลุ่มอย่างไร"

แนวข้อสอบแพทย์ ทันตะ เภสัช ม.รังสิต


เมื่อวันเสาร์กับอาทิตย์ที่แล้วไปสอบแพทย์รังสิตมา
(ชื่อว่าสอบแพทย์ แต่จริงๆแล้วเลือกไว้ 2 อันดับ คือ 1.แพทย์ 2.เภสัช)
วันแรก ข้อสอบง่ายอย่างขี้แรง (ยกเว้น สังคม นะ เหอๆ ... ไม่ได้อ่านสังคมซักตัว)
วิชาที่สอบก็มี ช่วงเช้าสอบ ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ-สังคม ช่วงบ่าย คณิตศาสตร์
ภาษาไทย
เริ่มแรกมาก็ทำภาษาไทยก่อนเลย (ลืมบอกไปแหละ ว่าจริงๆแล้วก่อนเข้าสอบลืมเอาบัตรประชาชนเข้าไป ... อุตส่าห์วิ่งกระหืดกระหอบไปเอา สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้) 
ความจริงก็ไม่ได้อ่านไปเลยนะ วิชาภาษาไทยน่ะ อาศัยความรู้เก่าทั้งนั้น โชคดีว่าอาจารย์ที่โรงเรียนดี(ขอบคุณอาจารย์ประเทืองอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ  ) เนื้อหาที่ออกสอบส่วนใหญ่เป็นหลักภาษาทั้งนั้น (สอบภาษามันก็ต้องออกหลักภาษาสิยะ) แล้วก็มีจับใจความประมาณ 2-3 เรื่อง ดีว่าไม่ออกเรื่องฉันทลักษณ์ ไม่อย่างนั้นตายเยี่ยงเขียด วะฮ่ะฮ่า แต่ก็มีมึนๆเรื่องโครงสร้างคำ (ไม่แม่นเรื่องนี้)
ระดับความยาก : C
ภาษาอังกฤษ
เปิดมาเป็น cloze test ต๊กกะใจหมดเลย แต่ก็ไม่ค่อยยากนะ มีถามเกี่ยวกับคำศัพท์นิดๆหน่อยๆ แต่ที่เป็น part vocab ล้วนๆเลยไม่มี (ถือว่าโชคดีไป เพราะคำศัพท์ในหัวมีน้อยมาก) ต่อจาก cloze test ก็เป็น conversation เป็นเรื่องอะไรซักเรื่องนี่แหละ ลืมแล้ว (ความจำสั้นจริงๆ) อันนี้ก็ไม่ยากๆ ส่วน reading ก็เป็น passage ยาวๆ แต่ถามแค่ 5 ข้อ (นั่งอ่านกันตาแหกเลยทีเดียว 555) คำถามยอดฮิตในส่วนใหญ่ก็จะเป็น ใจความสำคัญของเรื่องคืออะไร แล้วก็ถามเกี่ยวกับ detail ในเรื่อง ไม่มีวิเคราะห์ตีความเลย ถือว่าโชคดีไป และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ไม่มี error ค่ะพ่อแม่พี่น้อง .... โอ้ววว ที่ตรูฝึกทำ error มาเพื่ออะร้ายยยยย
ระดับความยาก : B
สังคม
วิชานี้ไม่ได้อ่านมา ให้ข้อมูลอะไรมากไม่ได้ เนื้อหาที่ออกก็มีหน้าที่พลเมือง กฎหมายนิดๆหน่อยๆ มีถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ แ้ล้วก็เรื่องศาสนา เศรษฐศาสตร์มีออกน้อยข้อมาก (ส่วนใหญ่จะเน้นที่ศาสนากับหน้าที่พลเมือง) ภูมิศาสตร์ไม่มีเลย
ระดับความยาก : B
คณิตศาสตร์
วิชานี้ให้เวลา 3 ชั่วโมง มี 40 ข้อ (ยังดีกว่า PAT1 เวลาเท่ากัน มีตั้ง 50 ข้อแน่ะ)
ก่อนสอบไปอ่านในบอร์ดของพี่ๆหมอรังสิตมา เค้าบอกว่า "เรื่องจำนวนจริง จำนวนเชิงซ้อนแล้วก็ความน่าจะเป็นยากมากเลยน้อง" เราก็ฟิตๆอ่านไอ้ 3 ตัวนี้ไป พอเข้าห้องสอบไปปุ๊บ .... จำนวนจริงออก 1 ข้อ จำนวนเชิงซ้อนไม่มี .... ขอบคุณสวรรค์ = = เหอะๆ ยังดีที่ความน่าจะเป็นเยอะหน่อย แต่ก็ยังโง่เรื่อง prob เหมือนเดิม ที่เน้นๆปีนี้มีภาคตัดกรวยออกเยอะ ประมาณ 6-7 ข้อ แล้วก็เมตริกซ์ ออกเยอะพอๆกับภาคตัดกรวยเลยตรรกศาสตร์มีประมาณ 3-4 ข้อ แล้วก็มีฟังก์ชั่นกับแคลคูลัสอย่างง่ายอยู่ประปราย วิชานี้ง่ายเกินคาด แต่ไม่ได้นับว่ามั่นใจกี่ข้อ
ระดับความยาก : B- (พอๆกับข้อสอบเอนท์)
หมดแล้วล่ะ ของวันที่ 8 พ.ค.

......เช้าวันใหม่ ท้องฟ้าแจ่มใส เราเดินทางไปสอบต่อ......
 วันนี้สอบวิชาเดียวเลยคือวิทยาศาสตร์ 3 ชั่วโมงเหมือนเดิมจำนวน 100 ข้อ แบ่งเป็น ชีวะ 50 เคมี 25 ฟิสิกส์ 25

ชีวะ
วิชานี้เป็นไม้เบื่อไม้เมาของเราเลย ต้องขอบคุณพี่โอที่มาช่วยติวให้ ไม่งั้นคงตอบไม่ได้หลายข้อแน่ๆ อย่างที่รู้ๆกัน (หรือเรารู้อยู่คนเดียว?) ว่าข้อสอบชีวะของรังสิตมีศัพท์เทคนิคเยอะมากกกก ประหนึ่งว่าคนออกข้อสอบสื่อสารด้วยภาษานี้ แต่ก็ง่ายกว่าที่คิด (ถ้าระดับเราทำได้ คือข้อสอบง่ายแหละ) มันเป็นศัพท์เทคนิคก็จริง แต่ว่าถ้าเราแปลออกก็ตอบได้เลยอ่ะ ไม่ต้องคิดวิเคราะห์อะไรมากมาย พระเอกของปีนี้ต้องยกให้เรื่องระบบต่อมไร้ท่อเลย (จริงๆตอนแรกกะจะทิ้งเรื่องนี้แล้ว แต่ว่าอ่านๆทบทวนเอาเมื่อคืน+ทบทวนก่อนเข้าห้องสอบอีกหน่อย) เลยคิดว่า LH และ FSH ช่วยชีวิตได้พอสมควร แต่ถ้าข้อไหนยากก็ยากไปเลยอ่ะ อย่างมีข้อนึงถามเกี่ยวกับชื่อวิทยาศาสตร์ของพญายอและถามว่าใช้ส่วนใดในการสกัดมาทำยา (คนอื่นอาจจะง่าย แต่เราไม่รู้จักต้นไม้ชื่อนี้อ่ะ  ) มั่วกันไป ตอบผิดด้วย 5555
ระดับความยาก : B

เคมี
รู้สึกว่าเนื้อหาจะคละๆกันไปนะ ระดับความยากประมาณข้อสอบเอ็นท์เก่า ไม่มีเรื่องพอลิเมอร์เลย เคมีคำนวณก็ไม่ยาก แต่วิชานี้เราทำได้ประมาณครึ่งนึงเองแหะๆ มีถามเกี่ยวกับเวเลนต์อิเล็กตรอนหลายข้ออยู่
ระดับความยาก : B
ฟิสิกส์
รู้สึกว่าจะยากมาก (หรือว่าเราโง่ฟิสิกส์ก็ไม่รู้นะ) ทำไม่ได้เยอะเลย ที่ออกเยอะๆก็จะมีเรื่องคลื่น การเคลื่อนที่ก็มีหลายข้อ แต่ simple harmonic ไม่ยักกะออกแฮะ (ดีแล้วล่ะ เพราะว่าโง่เรื่องนี้มากเลย) ฟิสิกส์นิวเคลียร์มี 1 ข้อ ไฟฟ้าสถิตมี 1 ข้อ (ถามว่า ABCD เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 10 ซม. มีประจุ +1 -2 +3 ที่จุด A B และ C ตามลำดับ ถามหาความต่างศักย์ที่จุด D --- ข้อนี้ไม่ยาก)
ระดับความยาก : A
รวมๆแล้วข้อสอบรับตรงปีนี้ ไม่ยาก ถ้าเตรียมตัวมาดี (แต่เผอิญเราเตรียมตัวมาไม่ดีน่ะสิ  )

และแล้วเช้าวันที่ 10 พ.ค. เวลาประมาณ 9.00 น. ผลก็ออก

ปรากฎว่า เราได้ ......





ม่ายยจริ๊งงงงงงงงงงงง
คือ ดีใจก็ดีใจอ่ะนะ ที่สอบติด แต่ว่าเราหวังแพทย์ไว้อ่ะ คะแนนมันไม่ถึงใช่มั้ย 
เราคงเตรียมตัวมาไม่พอสินะ .... ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังมี

วันนี้เศร้าจัง .....     Credit  http://quaewiiz.exteen.com/20100510/entry

Popular Posts

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

 
Copyright © 2011 toncub | High CTR Blogspot Themes designed by Ali Munandar | Powered by Blogger.Com.
My Zimbio