ขับเคลื่อนโดย Blogger.

5ส รากฐานแห่งการจัดการ



วันนี้ของพูดถึงกิจกรรม 5 ส บ้างนะครับ
กิจกรรม 5 ส ในมุมมองของผม..ผมคิดว่ามันสำคัญและควรทำให้สำเร็จ
ผมเองก็คลุกคลีกับการทำกิจกรรม 5 ส มาประมาณ 4 ปี แล้วครับ
หน่วยงานที่ผมทำงานอยู่ก็ได้รับป้ายทองเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

เล่าขานกันมาว่า 5ส เป็นรากฐานแห่งการจัดการเรื่องคุณภาพของหน่วยงาน
หากทำ 5 ส ไม่สำเร็จ งานคุณภาพอื่นๆก็ยากจะสำเร็จตามไปด้วย

ขอวกกลับมาที่ กิจกรรม 5ส ของหน่วยงานผมนะครับ
การประเมินกิจกรรม 5 ส ...สถาบันที่เขามอบป้ายทองให้เรา...เขาจะกลับมาประเมินซ้ำทุกๆ 1ปีครับ

ณ วันที่ 3 เมษายน 2555 เป็นวันที่ครบรอบที่ หน่วยงานผมต้องได้รับการประเมินเรื่องสถานที่ครับ
หัวหน้าสั่งให้ผมเตรียมนำเสนอข้อมูลกิจกรรม 5 ส
ผมจัดการเรียบร้อยพร้อมนำเสนอ..ปรากฏว่าคณะอาจารย์ไม่ดู...แต่ขอดูสถานที่จริงครับ
ข้อดีของการทำกิจกรรม 5 ส คือ การเดินตามอาจารย์...แล้วฟังคอมเม้นครับ
เดินตั้งแต่ 09.00 น. - 12.30 น. ขาลากครับ...
ผมหิวจนจะเป็นลม...พอได้รับประทานอาหารเลยกินชะอิ่ม ..ผลคือบ่ายง่วงนอนมาก
พอง่วงนอนมากก็ฟังคอมเม้นอาจารย์ไม่รู้เรื่องครับ

เมื่อวันที่ 3 ผมเองทำหน้าที่ถ่ายรูป...และต้องจดด้วย
ด้วยประสบการณ์การทำงานมา 5 ปี ทำให้ผมรู้ว่าจดไปก็ไม่มีใครมาอ่าน
ดังนั้นผมจึงไม่จด..ถ่ายรูปและจำข้อคอมเม้นในส่วนของฝ่ายผมเท่านั้นครับ

ในช่วงบ่ายก็เดินดูสถานที่จนถึงเวลา 16.00 น.
หลังอาจารย์กลับ...อาจารย์ให้การบ้านผมถ่ายรูปส่วนที่รกมากๆๆ
แล้วให้ดำเนินการต้องแต่ สะสาง..ไปจนถึงสะดวก
หลังจากนั้นเราก็ประชุมกันก่อนกลับบ้าน...ตอนนี้แหละผมง่วงมาก
การประชุมเป็นไปแบบบ้านๆๆ..คือแบบสบายๆๆเพราะผมนั่งหลับ

ในวันที่ 19 เมษายน 2555 อาจารย์อีกท่านจะมาประเมินเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการ

เพื่อจะให้ทราบว่าเราดำเนินกิจกรรม 5 ส ตามที่เราทำคู่มือไว้หรือไม่





แพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข


หมออนามัย...นักวิชาการสาธารสุข...ล้วนเป็นนามเรียกขานผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นนักวิชาการสาธารณสุข
บ่อยครั้งผมฟังข่าว...ผมได้ยินแต่คำว่า..แพทย์...พยาบาล...แล้วหมออนามัยหรือนักวิชาการสาธารณสุขหายไปไหนครับ

นักวิชาการสาธารณสุข...เป็นชื่อจริงที่ใช้เรียกพวกเรา
หมออนามัย...แพทย์...พยาบาลหลายท่านอาจไม่รู้จัก...แต่ผมเชื่อว่าชื่อนี้มีที่มาจากชาวบ้านที่ "ตั้งให้เรา"

ด้วยความที่ว่าตามข่าวสารต่างๆไม่ค่อยได้เอ่ยถึงนักวิชาการสาธารณสุขมากนัก
ด้วยความเป็นคนดีของผม...กลัวว่าจะไม่มีใครรู้จักนักวิชาการสาธารณสุข...
นักวิชากการสาธารณสุขเป็นใคร...วันๆๆทำไรบ้าง...รับผิดชอบอะไรบ้าง
วันนี้จึงขอย้ำเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของนักวิชาการสาธารณสุขอีกครั้งครับ

ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข ระดับตำแหน่ง ปฏิบัติการ
หน้าทีความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติ งานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ทีต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานเกียวกับงานด้านวิชาการสาธารณสุข ภายใต้การกำกับ แนะนำตรวจสอบ และปฏิบัติงานอืนตามทีได้รับมอบหมาย

โดยมีลักษณะงานทีปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย สำรวจ รวบรวม ข้อมูลทางวิชาการเบื้องต้นทีไม่ซับซ้อน เกี่ยวกับงานด้านสาธารณสุข เช่น การส่งเสริมสุขภาพ การเฝ้ าระวังโรค การควบคุมป้ องกันโรคและภัยสุขภาพ และการฟื้ นฟูสุขภาพ รวมทั้ง การดูแลรักษาพยาบาล การจัดบริการ
สุขภาพ การสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ การสุขาภิบาล อนามัยสิ่งแวดล้อม พัฒนาระบบกลไกและการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข เพื#อช่วยในการเสริมสร้างระบบการสาธารณสุขที#ดี
(2) สรุปรายงานเกี#ยวกับการดำเนินงาน หรือรายงานการรวบรวมข้อมูลทางวิชาการด้าน
สาธารณสุข เสนอผู้บังคับบัญชา เพื#อประกอบการวางแผนในการปฏิบัติงาน
(3) ติดตามผลการศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยงานด้านสาธารณสุข เพื่อนำมาใช้ในการปฏิบัติงาน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ
(4) ร่วมพัฒนาเนื6อหา องค์ความรู้ คุณภาพมาตรฐานเกี#ยวกับงานด้านสาธารณสุข และระบบบริการสุขภาพ โดยบูรณาการแบบองค์รวมว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญา เกี่ยวกับงานด้านสาธารณสุขและระบบบริการสุขภาพ และจัดทำคู่มือ แนวทางปฏิบัติ เอกสารวิชาการ สื่อสุขศึกษาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชน มีความรู้ สามารถ ป้องกันตนเองจากโรคและภัยสุขภาพ
(5) ปฏิบัติการในการส่งเสริมสุขภาพ อนามัยสิ่งแวดล้อม การควบคุมป้ องกันโรคและภัยสุขภาพ การเฝ้ าระวังโรค รักษาเบื6องต้น และติดตามฟื6 นฟูสุขภาพในชุมชน ดูแลบำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ ที่พร้อมใช้งาน เพื่อพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข อย่างมีประสิทธิภาพและทัวถึง
(6) ช่วยจัดทำฐานข้อมูลเบื6องต้นที#เกี#ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุข เช่น ข้อมูลของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง บุคลากรทางด้านบริการสุขภาพ ประชากร สถานะสุขภาพ ระบาดวิทยา สิ่งแวดล้อมทีเอื่อต่อ
สุขภาพ สถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรภาคีเครือข่าย เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ ในการปรับปรุงระบบงานสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
(7) ให้บริการคัดกรอง ตรวจวินิจฉัย รักษาเบื6องต้น สอบสวนสืบสวนโรค ติดตามผู้ป่ วยผู้สัมผัส เพื่อการเฝ้ าระวัง ควบคุมป้ องกันโรคและภัยสุขภาพ รวมทั6งส่งเสริมสุขภาพ และฟื้ นฟูสุขภาพ
เพื่อให้ประชาชน มีสุขภาพทีดี
(8) ร่วมประเมินสิ่งแวดล้อมการทำงาน ประเมินสถานประกอบการ สถานบริการสาธารณะสถานที่สาธารณะทางด้านอนามัยสิ่ งแวดล้อม เพื่อการป้ องกันควบคุมโรคและภัยสุ ขภาพอย่างมี
ประสิทธิภาพ
(9) ช่วยปฏิบัติงานส่งเสริม ควบคุม กำกับมาตรฐาน การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการแพทย์
และสาธารณสุข และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

2. ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือ
โครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้ าหมายผลสัมฤทธิL ที#กำหนด

3. ด้านการประสานงาน
(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิด
ความร่วมมือและผลสัมฤทธิLตามที่กำหนดไว้
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริ ง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

4. ด้านการบริการ
(1) ตรวจสอบสภาพของเครื#องมืออุปกรณ์ต่างๆ ให้มีคุณภาพและเหมาะแก่การ
นำไปใช้งานอยู่เสมอ รวมทั6งสนับสนุนงานอื#นๆ ที#เกี#ยวข้องกับการให้บริการทางสาธารณสุข เพื่อให้
การบริการดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น
(2) สนับสนุนการถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการหรื อเทคโนโลยี แก่บุคคลภายใน
หน่วยงาน เพื#อเป็นความรู้และให้สามารถดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
(3) ให้บริการทางวิชาการ เช่น การจัดทำเอกสาร ตำรา คู่มือ เอกสารสื่อ เผยแพร่ใน
รูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้และความเข้าใจในระดับต่าง ๆ ในงานด้านสาธารณสุข
(4) ร่วมปฏิบัติการในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และองค์กร เพื่อให้เป็นบุคลากรทีมีความชำนาญ และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(5) นิเทศงานด้านสาธารณสุขให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื#อให้สามารถปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
1. ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาการพยาบาล สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาแพทยศาสตร์ สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทางเทคนิคการแพทย์ หรือสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ#งหรือหลายสาขาวิชา
ดังกล่าว ในทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่
ปฏิบัติ หรือสาขาวิชาอื่นที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้
2. ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาการพยาบาล สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาแพทยศาสตร์ สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทางเทคนิคการแพทย์สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข หรือสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทางวิศวกรรม
สิ่ ง แ ว ด ล้อ ม หรื อ ส า ข า วิ ช า ใ ด ส า ข า วิ ช าหนึ่ งหรื อห ล า ย ส า ข า วิ ช า ดัง ก ล่ า ว ใ นท า ง ที่
ส่วน ราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที#ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ ปฏิบัติ หรือสาขาวิชาอื่นที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้
3. ได้รับปริญญาเอกหรือคุณวุฒิอย่างอืนที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาการพยาบาล สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชา
แพทยศาสตร์ สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทางเทคนิคการแพทย์สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข หรือสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทาวิศวกรรม
สิ่ง แ ว ด ล้อ ม หรื อ ส า ข า วิ ช า ใ ด ส า ข า วิ ช าหนึ่งหรื อห ล า ย ส า ข า วิ ช า ดัง ก ล่ า ว ใ นท า ง ที่
ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ หรือสาขาวิชา
อื่นที ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี6ได้
4. ได้รับปริญญาหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

สรุปง่าย ๆ คือ การศึกษาวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนางานด้านสาธารณสุข โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อให้เกิดเป็น นโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนงาน โครงการและกิจกรรม ต่าง ๆ เพื่อให้บุคคลากรต่าง ๆ ในกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันทำให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยดีโดยการมีส่วนร่วม จากทุกฝ่าย

The Angel Inside

ทอมเดินทางทั่วโลกเพื่อค้นหาตัวเอง...
จนมาเมืองสุดท้ายคือฟลอเรนซ์...ประเทศอิตาลี
แต่เขาก็ยังไม่สามารถค้นพบตัวเองได้
ชราคนหนึ่งรู้เรื่องเข้า..จึงชวนทอมไปดูรูปสลักเดวิด
ไมเคิลแองเจอโล...เป็นผู้สลักรูปปั้นนี้...ซึ่งใช้เวลา 28 เดือน


เช้าวันหนึ่งมีเด็กหนุ่มถามไมเคิลแองเจอโลว่า...ทำไมต้องมุ่งมั่นในการแกะสลักมากขนาดนี้
ไมเคิลแองเจอโลตอบว่า"เพราะในหินนี้มีเทวดาอยู่"

ขอเล่าประวัติหินก่อนนะครับ
หินก่อนนี้เคยถูกปฏิเสธจาก..ลีโอนาโด ดาวิซี
และเคยโดนปฏิเสธจากศิลปิน 2 ท่าน
ทุกคนต่างไม่รู้จะแกะสลักอะไรกับหินก่อนนี้

แต่ไมเคิล แองเจอโลรู้ว่ามีเทวดาอยู่ข้างใน...
เขาจึงได้แกะสลักรูปปั้นของเดวิดครับ

หลายคนคงสงสัยว่าเดวิดเป็นใคร...ทำไมไมเคิลแองเจอโลเลือกแกะสลักหินนี้เป็นรูปเดวิด

เรื่องของเดวิด
นานมาแล้วพระเจ้าได้มอบมหายให้..ซามูเอลออกไปค้นหากษัติคนต่อไป
ซามูเอลไปได้ตัวของเดวิดมา...ซึ่งคนทุกคนรวมทั้งพ่อของเดวิด...ต่างบอกว่าเดวิดโคตรธรรมดา.
เดวิดไม่มีแววเป้นกษัตริย์ได้เลย....แต่ซามูลเอลตอบว่า “มนุษย์เราพากันมองแต่เปลือกนอก แต่พระเป็นเจ้ากลับมองเข้าไปข้างใน”

เปรียบเทียบเราซึ่งเป็นคนบ้านๆๆ...เชื่อว่าหลายคนต้องการเป็นคนร่ำรวย...แต่คนในหมู่บ้านบอกว่าเรากระจอก...ทำไม่ได้แน่
อาจจะมีผู้หวังดีมาเตือนต่างๆๆ..เช่นเงินไม่พอหรอก...มันเสี่ยงนะ...แก่แล้ว บราๆๆๆๆ
ก็ขอให้เราๆท่านอย่างสนใจ...ค้นหาเทวดาในตัวเราให้เจอ...แล้วมุ่งมั่น...ทุ่มเท...ไม่หยุดฝันเสียก่อน
สักวันฝันต้องเป็นจริงแน่นอนครับ...เชื่อผมเหอะ

กรอบแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชนทั้งด้านการส่งเสริม การป้องกันโรค การรักษา การฟื้นฟูสุขภาพ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงมีการแบ่งระบบบริการสุขภาพ เป็น 3 ระดับ ...ได้แก่..ปฐมภูมิ..ทุติยภูมิ...ตติยภูมิ แต่ละระดับมีบทบาทหน้าที่ต่างกัน...แต่เชื่อมโยงด้วยระบบ referral System...เพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพ
การจัดสรรทรัพยากรโดยขาดการวางแผนก่อให้เกิดปัญหาต่างๆเช่น ปัญหาด้านประสิทธิภาพ..คุณภาพ..ความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการ
ดังนั้น การพัฒนาระบบบริการสุข...ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดพื้นฐาน...มุมมองต่อปัญหาเพื่อตอบสนองความเปลี่ยนแปลง..ของสังคม...ของประชาชน...ได้ทันท่วงที

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในปี 2553 – 2554 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข...จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ....เพื่อพิจารณากรอบแนวทางการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ...ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.ใช้หลักการ “เครือข่ายบริการที่ไร้รอยต่อ”...คือต้องเชื่อมโยงทั้ง..ปฐมภูมิ..ทุติยภูมิ..ตติภูมิ
โดยไม่มีเส้นแบ่งการปกครองมาขวางกั้น....กล่าวคือให้พิจารณาตามสภาพจริงของการคมนาคม

2.ทุกจังหวัดต้องมี “เครือข่ายบริการระดับจังหวัด” ...อย่างน้อย 1 เครือข่าย
กล่าวคือ โรงพยาบาลทั่วไปรับผิดชอบการบริหารจัดการ...โรงพยาบาลทุติยภูมิและเครือข่ายปฐมภูมิ

3.จัดให้มี “ระดับโรงพยาบาลรับผู้ป่วยส่งต่อ” เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนที่ซ้ำซ้อน...และขจัดสภาพการแข่งขัน
โดยแบ่งเป็น 3 ระดับดังนี้
3.1โรงพยาบาลรับผู้ป่วยส่งต่อระดับต้น...รับผู้ป่วยจากเครือข่ายปฐมภูมิ
3.2โรงพยาบาลรับผู้ป่วยส่งต่อระดับกลาง...รับผู้ป่วยจากเครือข่ายบริการทุติยภูมิ
3.3โรงพยาบาลรับผู้ป่วยส่งต่อระดับสูง...รับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลตติยภูมิ
แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ
1.โรงพยาบาลทั่วไป
2.โรงพยาบาลศูนย์

ทั้งหมดก็เป็นเพียงการสรุปกรอบแนวคิดการจัดทำแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ...ที่ผมสรุปเองจากการอ่านเพียง 1 รอบเท่านั้นครับ...หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขอโทษ..ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ระบบสุขภาพภาคประชาชน

ภาวะที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวทั้งหน่วยงานของรัฐและองค์กรประชาชน ให้สามารถดำเนินงานและดำรงชีวิต ได้ด้วยความราบรื่นและไร้ทุกข์ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นในสถานการณ์เช่นทุกวันนี้ จึงมีผลต่อการปรับโฉมหน้าของงานสาธารณสุขมูลฐาน ทั้งในการปรับขยายแนวคิดและวิธีทำงานให้เหมาะกับยุคสมัยและสถานการณ์ของประเทศ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ด้วยการจัดระบบการจัดการของชุมชน ในสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน ซึ่งเป็นผลพวงของการพัฒนางานสาธารณสุขมูลฐานให้เกื้อกูลกัน เกิดประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ อันได้แก่ ความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน (อสม. ผู้นำ กลุ่มต่างๆ และประชาชน) ศูนย์ปฏิบัติการให้บริการสุขภาพเบื้องต้นและความรู้ข่าวสารด้านสุขภาพในชุมชน และทุนในการดำเนินกิจกรรมสุขภาพในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอจากภาคี อสม. ถึงการจัดการของชุมชนในการพัฒนาสุขภาพที่จะต้องประกอบด้วยการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง กรรมการสุขภาพหรือทีมสุขภาพ ศูนย์ปฏิบัติการด้านสุขภาพและกองทุนสุขภาพในชุมชนหรือ ศสมช. โดยเรียกการจัดการของชุมชนในการพัฒนาสุขภาพนี้ว่า ระบบสุขภาพภาคประชาชน
.......... ระบบสุขภาพภาคประชาชนเป็นคำที่มีความหมายรวบยอดของงานสาธารณสุขมูลฐานอย่างเป็นระบบ เป็นกระบวนการของการดำเนินงานที่มิใช่กิจกรรมเดี่ยวๆ ของชุมชน มิใช่ภารกิจของหน่วยงานหรือองค์กร
ภายนอกที่จะต้องกำหนดหรือออกแบบกิจกรรมดำเนินงานให้ชุมชน จึงเป็นเรื่องของชุมชนที่จะคิด จะตั้งเป้าหมาย บริหารจัดการ และวัดผลสำเร็จด้วยตนเอง หน่วยงานหรือองค์กรภายนอกสามารถทำได้เพียงการร่วมมือกันอย่างจริงจัง และต่อเนื่องในการส่งเสริมสนับสนุนหรือสร้างกลไกปัจจัยที่เกื้อหนุนการจัดการด้านสุขภาพของชุมชน
.......... ระบบสุขภาพภาคประชาชน มีจุดมุ่งหมาย เพื่อการพัฒนาสุขภาพของคนในชุมชน ด้วยการส่งเสริมผลักดันให้ประชาชนตระหนักในการดูแลสุขภาพ และถือเป็นหน้าที่ของตนเอง มิใช่ผลักภาระให้กับคนอื่น และพัฒนาองค์กร อาสาสมัครและแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว มีส่วนร่วมได้พัฒนาขีดความสามารถและทักษะในการจัดการงานบริการส่งเสริม สุขภาพด้านต่างๆ ของ กรม กอง ในกระทรวงสาธารณสุขให้สามารถเป็นระบบ และเกิดผลที่ประจักษ์ชัด สามารถตรวจวัดได้ในระดับชุมชนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องมุ่งมั่นดำเนินการให้ สำเร็จ ตลอดจนการสร้างกระแสผลักดันให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ ได้หันมามีบทบาทส่วนร่วมรับผิดชอบการดูแลชีวิตและสุขภาพพื้นฐานได้โดยตนเอง ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาสุขภาพของคนไทย ประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
.......... คน เป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญในการพัฒนาใดๆ ก็ตามจะต้องมีคนที่อยู่ในชุมชนรวมตัวกัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ อาจเริ่มจากคนกลุ่มหนึ่งอาจจะมากหรือน้อยก็ตามซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายต่างกลุ่ม ต่างอาชีพ ต่างฐานะ ต่างความคิด ต่างเพศ ต่างวัย แต่มีจิตใจเดียวกันเพื่อส่วนรวม และมีเป้าหมายร่วมกัน มีการขยายแนวร่วมออกไปเรื่อยๆ
.......... องค์ความรู้ ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน จำเป็นต้องมี องค์ความรู้ วิธีการ เทคโนโลยี ภูมิปัญญาและประสบการณ์ จะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การถ่ายทอดและการกระจายความรู้ข้อมูลข่าวสารในชุมชน
.......... ทุน เพื่อการพัฒนาสุขภาพ การดำเนินงานพัฒนาสุขภาพ จำเป็นต้องอาศัยทุนที่เป็นตัวเงิน และทุนที่ไม่ใช่ตัวเงินหรือทุนทางสังคมและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทุนที่เป็นตัวเงินจะมีความหมายในลักษณะการเงินการคลังด้านสุขภาพและการ พัฒนาด้านต่างๆ เพื่อจัดบริการให้กับคนในชุมชนอย่างคุ้มค่า คุ้มเวลาที่ทำงานและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งแต่ละชุมชน สามารถแสวงหาแหล่งทุนได้ทั้งภายในและภายนอกชุมชน และนำมาบริหาร จัดการให้เกิดผลกำไร แล้วนำดอกผลนั้นมาใช้ในการพัฒนาต่อไป
นอกจากองค์ประกอบหลัก 3 ประการแล้ว หัวใจสำคัญของระบบสุขภาพภาคประชาชน คือ การจัดการ เพื่อให้ประชาชนมีความสามารถในการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ซึ่งการจัดการในที่นี้ คือ การปฏิบัติการประสานให้เกิดความสมดุลย์ เพื่อการเคลื่อนไหวของปัจจัย คน องค์ความรู้หรือวิธีการทำงาน และทุนเพื่อการพัฒนาสุขภาพ ให้เกิดการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาสุขภาพ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของคนในชุมชน ป้องกันและแก้ปัญหาสุขภาพของคนในชุมชน ทั้งนี้กิจกรรมการพัฒนาสุขภาพที่ดำเนินโดยชุมชนนั้นขึ้นกับการตัดสินใจของชุมชนว่าจะดำเนินการในเรื่องใด อย่างไร ซึ่งสามารถแสดงเป็นแผนภาพเชิงแนวคิดองค์ประกอบระบบสุขภาพภาคประชาชน
Microsoft Sans Serif;font-size:130%;">ะบบสุขภาพภาคประชาชนวัฒนธรรมการดูแลความสุขสมบูรณ์ทางสุขภาพกายและใจของตนเอง สมาชิกในครอบครัวและในสังคมของตนเอง

ระบบสุขภาพภาคประชาชนจะเป็นระบบการดูแลสุขภาพด้วยหัวใจไม่ทำด้วยสมองเพียงอย่างเดียว เพราะคนในท้องถิ่นรู้ภูมิประเทศ รู้จักผู้คน วัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น มีหัวใจพิเศษด้วยรู้สึกว่าคนในชุมชนเป็นลูกหลาน เป็นมิตรสหาย ซึ่งแตกต่างจากระบบรัฐที่หมอและพยาบาลไม่ได้เป็นผู้ประสบปัญหาด้วยตนเอง ไม่ได้ตระหนักถึงความเจ็บป่วย และความวิตกกังวลที่มีอยู่ ระบบสุขภาพภาคประชาชน จะช่วยให้การเข้าถึงบริการในมิติด้านสังคมของประชาชนที่นอกเหนือไปจาก การเข้าถึงบริการที่รัฐมอบให้ในการสร้างหลักประกันสุขภาพ
ดังนั้นระบบสุขภาพภาคประชาชน จะทำให้เกิดการพึ่งตนเองของประชาชน ซึ่งการพึ่งตนเองจะเป็นตัวหล่อหลอมให้ประชาชนเข้มแข็ง ลดการพึ่งรัฐ และลดการร้องขอจากรัฐ จึงเป็นระบบที่จะเติมเต็มระบบสุขภาพ
ของชาติ เพราะเป็นกลไก การเชื่อมต่อระหว่างกลไกภาครัฐกับภาคประชาชน ที่จะให้บรรลุผลการมีสุขภาพดี และลดค่าใช้จ่ายในระบบสุขภาพของประเทศลดลง

สุขภาพภาคประชาชนไม่ใช่เรื่องการเจ็บป่วยแต่เป็นการบำรุงความสุขในชีวิต
สุขภาพภาคประชาชนไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่เป็นการ เพิ่มโอกาสให้บุคคลสามารถจะตรวจวัดสุขภาพด้านใดๆ ก็ได้ในชุมชนเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันสิ่งที่จะเป็นพิษเป็นภัยต่อสุขภาพ สุขภาพภาคประชาชนไม่ใช่เรื่องของการเจ็บป่วย แต่เป็นการบำรุงความสุขในชีวิต ในภาพของพื้นที่ นโยบายสร้างเสริมสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขและนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วน หน้า ทำให้โรงพยาบาลและสถานีอนามัย ต้องพิจารณาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพให้เข้ม ข้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมที่เน้นการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยด้วย การใช้จ่ายที่ไม่จำกัด เมื่อเป็นเช่นนี้แนวทางสู่การบรรลุผลสำเร็จ จึงจำเป็นต้องอาศัยการสร้างกระแส และการสร้างแรงผลักดันทั้งทางสังคมและการเมือง ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในจิตใจและทัศนคติของประชาชน ตลอดจนองค์กรผู้นำท้องถิ่นให้ยอมรับว่า การดูแลสุขภาพโดยตนเองขั้นพื้นฐานนั้นเป็น หน้าที่สำคัญของบุคคล ครอบครัวและชุมชน แต่ก็อาจที่จะต้องพึ่งพาระบบการบริการของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญบ้างเมื่อคราวจำเป็น และการไม่เจ็บป่วย หรือการช่วยตนเองได้ให้พ้นจากการเจ็บป่วย นับว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อค่าใช้จ่าย ต่อโอกาสในการประกอบอาชีพสร้างรายได้และต่อความสุขของคนในครอบครัวที่ไม่มีใครป่วย ใครพิการหรือใครสูญเสียชีวิต แม้ว่ารัฐจะให้บริการ 30 บาท รักษาทุกโรค ก็ตาม แต่ค่าใช้จ่ายจริงย่อมสูงกว่านั้นแน่นอน ซึ่งรัฐจะเป็นผู้รับใช้ส่วนที่เหลือให้อยู่ได้ อันเป็นการช่วยเหลือประชาชน แต่หากพิจารณาให้ดีก็จะเห็นว่าเงินที่รัฐจะนำมาจ่ายชดเชย ก็เป็นเงินจากภาษีราษฎรอยู่ดี ดังนั้นการป่วยที่ป้องกันได้ของใครคนหนึ่งในสังคม ที่ไปรับการรักษาสามสิบบาท ก็คือ ผู้สร้างภาระให้เพื่อนผู้อื่นในสังคมเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบส่วนที่เกินโดยไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุนี้จึงน่าจะถือว่า ภาระการดูแลส่งเสริมสุขภาพจากนักวิชาการแพทย์และสาธารณสุขสามารถมอบกลับไปสู่ประชาชนได้ และให้เขาสามารถบริหารจัดการในขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพและมาตรฐานด้วยตนเอง
สุขภาพภาคประชาชน การประสานพันธกิจราษฎร์ รัฐและเอกชน การก้าวเดินไปสู่อนาคตแบบองค์รวมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต เพื่อให้ เกิดระบบสุขภาพภาคประชาชนนี้ ไม่ใช่งานที่จะสามารถบรรลุได้ด้วยองค์กรชุมชน องค์กร อสม.หรือสำนักงานคณะกรรมการการสาธารณสุขมูลฐานเพียงฝ่ายเดียว พันธกิจทั้งหลายเพื่อสร้างผลบรรลุนี้ต้องอาศัยเพื่อน อาศัยพี่น้อง จากทุกหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ทุกระดับ หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ องค์กรเอกชน ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การร่วมประสานพันธกิจของกรมกองต่างๆ ที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรอาสาสมัคร และขีดความสามารถขององค์กรผู้นำท้องถิ่น ในระบบสุขภาพภาคประชาชน น่าจะเป็นโอกาสอันดีและทันเหตุการณ์ที่จะทำให้การส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้าน สุขภาพของประชาชน วิวัฒนาการไปสู่สภาพที่พึงประสงค์ คือ การดูแลสุขภาพโดยประชาชนของชุมชน นอกจากนี้ การมีอาสาสมัครสาธารณสุขและแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว ดำเนินการบริการส่งเสริมสุขภาพ และการดำรงชีวิต โดยมีศูนย์ปฏิบัติการหรือสาขาในระดับชุมชน จะช่วยลดภาระและเพิ่มศักยภาพด้านการสร้างเสริมสุขภาพและการบรรลุเป้าหมายที่ มีประสิทธิภาพอย่างคุ้มค่า สำหรับประชาชน กระทรวงสาธารณสุขและภาษีราษฎรของชาติในที่สุดของการส่งเสริมสุขภาพ ในระบบสร้างเสริมสุขภาพแบบศูนย์สุขภาพชุมชน (PCU) ของการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าเราทำปณิธานนี้สำเร็จ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเสริมสุขภาพและเป็นการร่วมสร้างเป้าหมาย หลักของนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขให้บรรลุผล ลดการเจ็บป่วย ช่วยรัฐประหยัด ลดการเจ็บป่วย ช่วยชาติเจริญ

Popular Posts

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

 
Copyright © 2011 toncub | High CTR Blogspot Themes designed by Ali Munandar | Powered by Blogger.Com.
My Zimbio